เตรียมจัดระเบียบเช่าที่ราชพัสดุเกาะเต่าใหม่ พบปัจจุบันธุรกิจท่องเที่ยวเช่าไร่ละ 100 บาทต่อเดือน 

7 เม.ย. 2558 | อ่านแล้ว 1184 ครั้ง


	เตรียมจัดระเบียบเช่าที่ราชพัสดุเกาะเต่าใหม่ พบปัจจุบันธุรกิจท่องเที่ยวเช่าไร่ละ 100 บาทต่อเดือน 

รองอธิบดีกรมธนารักษ์กำหนดแนวทางจัดให้เช่าที่ดินราชพัสดุบนเกาะเต่าป้องกันการบุกรุกเพิกถอนเช่าที่ทับป่าต้นน้ำ พบปัจจุบันธุรกิจการท่องเที่ยวเช่าไร่ละ 100 บาท เกษตรและที่อยู่อาศัยไร่ละ 20 บาทต่อปี หากหมดสัญญาจะเช่าต่อหรือไม่และเป็นเวลากี่ปีเตรียมหารือใหม่ (ที่มาภาพ: oneworld365.org)

7 เม.ย. 2558 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่าวันนี้ (7 เม.ย.2558) เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอวยชัย อินทร์นาค รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานประชุมเรื่องการกำหนดแนวทางการจัดให้เช่าที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ สฎ 588 (เกาะเต่า) ป้องกันการบุกรุก โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย นายปรีชา มงคลหัตถี รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง , นายศุภวัชร ศักดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ,นางสุวรรณา ทรัพย์มี ธนารักษ์พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี , นายเกริกไกร สงธานี นายอำเภอเกาะพะงัน รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านบนเกาะเต่าและผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวบนเกาะเต่า ประมาณ 30 คน

ธนารักษ์จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้แจ้งให้ทราบข้อระเบียบการให้เช่าที่ดินราชพัสดุบนเกาะเต่า โดยเมื่อปี 2535 ทางกระทรวงการคลังได้อนุมัติในหลักการกำหนดแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุแปลงเกาะเต่า โดยการจัดให้เช่าเชิงอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ การจัดให้เช่าเพื่อประกอบธุรกิจท่องเที่ยว มีกำหนด 15 ปี อัตราค่าเช่าไร่ละ 100 บาทต่อเดือน และเมื่อครบกำหนดแล้วให้ต่อสัญญาเช่าอีก 10 ปี โดยต้องตกลงผลประโยชน์ตอบแทนใหม่และจัดให้เช่าเพื่อการเกษตรและที่อยู่อาศัย มีกำหนด 30 ปี มีอัตราค่าเช่าไร่ละ 20 บาทต่อปี ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมจัดให้เช่า ค่าเสียหาย (ถ้ามี) และไม่เอากรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างที่ปลูกบนเกาะเต่า

ส่วนนายกอบชัย เสาวลักษณ์ กำนันตำบลเกาะเต่า กล่าวว่า ต้องการให้เกาะเต่าเป็นเกาะสีขาว มีความสะอาด ไม่ต้องการให้เกาะเต่าเป็นดังเช่นที่เกาะสมุย ควรมีการกำหนดผังเมืองหรือทางภาครัฐกำหนดแนวทางให้ชัดเจน เพื่อให้เกาะเต่าความสวยงามเป็นที่ดึงดูดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

นายปรีชา มงคลหัตถี รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง กล่าวว่าเมื่อมีการกำหนดพื้นที่ไปแล้ว ต้องมีการดำเนินการให้ชัดเจน โดยทางภาครัฐมีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อตรวจสอบต่อไป ซึ่งในส่วนของผลกฎหมายที่ประกาศออกมาแล้วคือในส่วนของลุ่มน้ำ จึงมีมติที่ประชุมเห็นชอบเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการเช่าพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน ซึ่งทางราชการจะมีประกาศแจ้งภายใน 6 เดือน ส่วนการกำหนดระยะเวลาการเช่า 30 ปีทุกประเภท และอัตราเช่าไร่ละ 100 บาทต่อเดือนสำหรับธุรกิจการท่องเที่ยว และไร่ละ 20 บาทต่อปีสำหรับประเภทเพื่อการเกษตร ส่วนเมื่อหมดสัญญาจะเช่าต่อหรือไม่และเป็นเวลากี่ปีจะหารืออีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไป

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ