ศาลสั่งจำคุก-รอลงอาญา ชาวบ้านแม่ฮ่องสอน37คน คดีครอบครองไม้หวงห้าม

29 ต.ค. 2557 | อ่านแล้ว 503 ครั้ง

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม เว็บไซต์คนชายข่าว คนชายขอบ รายงานว่า ที่อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน อ่านคำพิพากษากรณีที่ชาวบ้านจำนวน 39 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงถูกฟ้องร้องในข้อหามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง ทั้งนี้นายยงยุทธ สืบทายาท ทนายความในคดีเปิดเผยว่า ศาลได้ตัดสินจำคุมผู้ที่มีไม้หวงห้ามเกิน 2 ลูกบาศก์เมตรตั้งแต่ 1 ปีไปจนถึง 7 ปีจำนวน 24 ราย ที่เหลืออีก 13 รายรอลงอาญา และอีก 2 คนเสียชีวิตไปแล้ว

นายยงยุทธกล่าวว่า คดีนี้ชาวบ้านทั้งหมดได้สารภาพตั้งแต่ต้นว่า มีไม้สักไว้ในครอบครองจริง ดังนั้นการต่อสู้คดีจึงขอให้ศาลลงโทษสถานเบา โดยชาวบ้านเกือบทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีขบวนการลักลอบตัดไม้ในผืนป่าสาละวินแต่อย่างใด มีเพียง 2-3 คน ซึ่งตนไม่แน่ใจและไม่ได้ว่าความให้ อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือชาวบ้านเหล่านี้ได้พยายามชี้ให้ศาลเห็นถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านและฐานะทางเศรษฐกิจเพื่อให้ศาลเมตตา โดยศาลได้ส่งพนักงานสืบเสาะเข้าไปสืบเสาะ ซึ่งตนเห็นว่าข้อมูลที่ได้รับคงเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับทีตนชี้แจงไป

        “การจับกุมทั้งหมดเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2557 ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับชาวบ้าน และเป็นเหตุให้มีการบุกตรวจค้นและยึดไม้จากชาวบ้าน โดยเรื่องนี้ได้รับความสนใจจากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเพราะ เป็นการจับกุมแบบเหวี่ยงแหโดยไม่แยกแยะใดๆ แล้วให้ชาวบ้านไปแก้ตัวในชั้นศาล เป็นการใช้กฎหมายแบบไม่มีน้ำใจ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้มีไม้ไว้ขาย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า เพราะหากจับกุมในลักษณะนี้กันจริง ๆ คงต้องจับประชาชนอีกมากมายในแม่ฮ่องสอน”นาย” นายยงยุทธกล่าว

ผู้ประสานงานเครือข่ายจัดการทรัพยากรชุมชนลุ่มน้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า กรณีการจับกุมชาวบ้านทั้ง 39 คน เป็นการสะท้อนการทำงานของระบบราชการไทยที่มุ่งแต่จับกุมคนเล็กคนน้อย ซึ่งเมื่อวาน (28 ตุลาคม) ได้มีเจ้าหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น)เดินทางมาเก็บข้อมูลจากชาวบ้าน อำเภอ ทหาร รวมถึงตนด้วย เพราะเห็นว่าเป็นประเด็นการละเมิดสิทธิ

เขากล่าวว่า บรรยากาศเมื่อตอนเช้าภายหลังจากทราบคำตัดสินของศาล บรรดาญาติพี่น้องและชาวบ้านที่ถูกตัดสินให้จำคุกต่างพากันร้องไห้ทั้งในและนอกห้องขัง ทำให้บรรยากาศน่าเศร้าใจมาก บางคนประสบปัญหาไม่มีหลักทรัพย์หรือเงินค้ำประกัน บางคนเป็นหัวหน้าครอบครัว เมื่อถูกตัดสินจำคุกก็ไม่รู้ว่าครอบครัวจะอยู่กันอย่างไร

         “ผู้หญิงคนหนึ่งเป็นแม่บ้าน เขามีลูกเล็กๆ อายุ 4 ขวบ เมื่อถูกตัดสินจำคุกก็เลยไม่รู้ว่าลูกจะอยู่อย่างไร ขณะนี้ทีมทนายกำลังช่วยกันหาหลักทรัพย์ประกันตัวออกมา ผมอยู่ในบรรกาศเมื่อเช้าแล้วรู้สึกห่อเหี่ยวใจมาก” ผู้ประสานงานฯ กล่าวและว่า จริง ๆ แล้วก่อนหน้านี้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้เตรียมตัวไปให้กำลังใจพี่น้องที่ขึ้นศาล แต่ปรากฏว่าได้มีข้าราชการฝ่ายปกครองโทรศัพท์มาข่มขู่ชาวบ้าน ไม่ให้เดินทางไปโดยอ้างว่าอาจเป็นการทำผิดกฎอัยการศึก

สำหรับการจับกุมชาวบ้านทั้ง 39 รายเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ภายหลังจากการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ซึ่งประกาศนโยบายจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทั้งนี้ในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมาได้มีการลักลอบตัดไม้สักจำนวนมากในผืนป่าสาละวินซึ่งเป็นข่าวคึกโครม แต่ปรากฏว่าทางการไม่สามารถจับกุมหรือดำเนินคดีตัวการใหญ่หรือพ่อค้าไม้ได้เลย ขณะเดียวกันมีข่าวออกมาเป็นระยะว่ามีข้าราชการระดับหัวหน้าปฎิบัติงาน เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบตัดไม้สาละวินในครั้งนี้ ทำให้การตรวจสอบถูกตัดตอนและไม่มีการตั้งคณะกรรมการระดับสูงขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงใด ๆ และไม่มีหน่วยงานที่ทำงานเชิงลึกทั้งดีเอสไอ หรือตำรวจกองปราบปรามเข้ามารับผิดชอบสืบสวนสอบสวนคดีนี้ทั้ง ๆ ที่อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบและดูแลพื้นที่ประกอบด้วย ทหารพราน ตำรวจ กรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์

www.facebook.com/tcijthai

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ