กระบี่ระดมป้ายค้านรฟฟ. จวกเวทีปาหี่ข่มขู่กลุ่มต้าน

วันชัย พุทธทอง TCIJ 29 ก.ย. 2557 | อ่านแล้ว 483 ครั้ง

เมื่อวันที่ 29 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายคัดค้านท่าเรือขนถ่านหินและโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระดมขึ้นป้ายคัดค้าน ในเขต อ.เมือง อ.เหนือคลอง อ.เกาะลันตา และในหลายชุมชมของจ.กระบี่ ด้านตัวแทนเครือข่ายคัดค้านระบุว่า เวทีรับฟังความคิดเห็นรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ค.3 คือเวทีลวงโลกทำเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่าทำแล้วเท่านั้น ซึ่งไม่ได้มีความชอบธรรมใด ๆ และการจัดเวทีมีการระดมเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบพร้อมอาวุธสงครามมาคุ้มครองเชิงข่มขู่กลุ่มคัดค้าน

นายอัครเดช ฉากจินดา ตัวแทนกลุ่ม save krabi  กล่าวว่า ช่วงนี้ทางกลุ่มได้ระดมขึ้นป้ายคัดค้านท่าเรือขนถ่านหินบ้านคลองรั้วและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และทางกลุ่มได้ขอความร่วมมือชาวบ้านผู้ประกอบการร้านค้าในจ.กระบี่ ที่ไม่เห็นด้วยกับถ่านหินให้ช่วยกันขึ้นป้ายคัดค้านกันให้มาก ๆ ก่อนวันที่ 12 ตุลา เพราะจะมีการจัดเวทีรับฟังในส่วนโรงไฟฟ้าอีกครั้ง และในวันนี้ขึ้นป้ายได้เกือบสามสิบป้ายและจะพยายามติดป้ายให้ทั้งตัวเมือง พรุ่งนี้จะไปหาแนวร่วมแถวอ่าวนางเพื่อขอความร่วมมือผู้ประกอบการท่องเที่ยวด้วย นี่เป็นเรื่องด่วนที่สุดในตอนนี้

นายอัครเดช กล่าวอีกว่า ประเด็นการจัดเวที ค.3 เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ผลสรุป คงผ่านแน่ๆ เพราะกฟผ.และบริษัทที่ปรึกษาจัดเอง ขนคนที่สนับสนุนขนเจ้าหน้าที่กฟผ.มาร่วมเวที และสรุปเอง ก็จะเป็นอื่นไปไม่ได้ แต่ตนมองว่ามีข้อสงสัยหรือประเด็นที่ขัดกับข้อกฎหมายหลายเรื่อง หลังจากนี้จะปรึกษาผู้รู้ทางกฏหมายว่ามีประเด็นมิชอบด้วยกฏหมายและจะดำเนินการทางกฏหมายต่อไป

      “รู้สึกผิดหวังกับรัฐบาลทหารที่ไม่ยอมรับฟังประเด็นปัญหาและข้อห่วงใยของชาวบ้าน เพราะเราเคลื่อนไหวอะไรก็โดนห้าม วิจารณ์ก็ไม่ได้ เดินรณรงค์ก็สั่งให้หยุด อ้างว่าให้รอคณะกรรมการปฏิรูปก่อน แต่ทำไมโครงการขนาดใหญ่ อย่างท่าเรือขนถ่านหิน โรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่มีผลกระทบกับชาวบ้านประชาชนทุกภาคส่วนในจังหวัดกระบี่จึงได้รวบรัดจัดการดำเนินงานโดยมีทหารมาคุม แสดงให้เห็นว่าท่านประยุทธ์ไม่เข้าใจหรือแกล้งไม่เข้าใจในข้อห่วงใยต่างๆ ของประชาชน”

       “การจัดเวทีค.3 เมื่อวานนี้ ภาพที่ออกมาเห็นได้ชัดว่า กฟผ.และบริษัทที่ปรึกษาจัดฉาก ผมเข้าไปสังเกตการณ์ก่อนเวลาที่กำหนดได้เห็นภาพกระบวนการ กฟผ.ขนคนในองค์กรของตัวเองและมีการจัดตั้งกลุ่มคนเพื่อเข้าไปสนับสนุนฝ่ายตัวเอง และมีการจัดจุดตรวจสกัดทุกช่องทางที่จะเข้าสู่สถานที่จัดเวทีค.3 อย่างเข้มงวดเคร่งครัด มีการวางกำลังตำรวจปราบจลาจล ตำรวจนอกเครื่องแบบ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เฝ้าระวัง แสดงให้เห็นชัดว่ารูปแบบนี้ทางหนึ่งเพื่อการข่มขู่ คุกคามคนที่คัดค้านโครงการฯ”

นายอัครเดชกล่าวอีกว่า มีรถตู้รับส่งทีมงาน พนักงาน บุคลากรของกฟผ.ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ หลายเที่ยว  รวมทั้งพระสงฆ์กลุ่มใหญ่ก็ใช้รถของกฟผ. การจัดเตรียมสถานที่ก็ไม่ได้เป็นไปเพื่อรองรับกับการเปิดรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้เห็นต่าง วิธีการจัดการที่พบเห็นคือ มีการขนกลุ่มผู้สนับสนุนเข้าไปเต็มพื้นที่ก่อนเวลาที่กำหนดจนห้องประชุมเต็ม มีการจัดเตรียมเครื่องสแกนอาวุธและป้ายห้ามชาวต่างชาติ ประหนึ่งเหมือนว่ากำลังเดินทางออกนอกประเทศ ประเด็นการข่มขู่เกิดขึ้นในลักษณะมีกำนัน ผู็ใหญ่บ้านกลุ่มเดียวกันกับการทำเวทีค.1 เดินสอดส่องสอบถามและพูดจาไม่เป็นมิตร หาข่าวและจ้องที่จะหาตัวแกนนำการต่อต้าน

เมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ ก็ไม่แตกต่างจากการจัดเวทีลวงโลก ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนคนกระบี่ต้องทำต่อไปของภาคประชาชนอาจจะต้องยกระดับให้กรณีถ่านหินเป็นเรื่องของประชาชนทุกภาคส่วนในจังหวัดกระบี่ให้ลุกขึ้นมาสู้กับประเด็นนี้อย่างจริงจัง ซึ่งในตอนนี้ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายภาคเอกชนร่วมสนับสนุนการขึ้นป้ายและจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ เพราะที่ผ่านมากฟผ.ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสนับสนุนกิจกรรมโครงการต่างๆของภาครัฐ รวมถึงสื่อในท้องที่เพื่อหวังสร้างความชอบธรรมซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่น่าอับอายของกฟผ.ที่อ้างว่าผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของประชาชน

ด้านนายธีรพจน์ กษิรวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะลันตา อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา การจัดเวทีของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นการชี้ให้เห็นว่า กฟผ.ไม่มีความจริงใจต่อชาวกระบี่ เพราะจากการสังเกตพบว่า มีการขนคนจากนอกพื้นที่เข้ามาร่วมเวทีเป็นจำนวนมาก บรรยากาศในเวทีค3. มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อส. อปพร.หลายร้อยนายเข้ามาคุมเวที ทำให้ภาพออกมาเหมือนกับเป็นการคุกคามประชาชน ไม่ใช่รูปแบบเวทีรับฟังความคิดเห็น ซึ่งการดำเนินการลักษณะดังกล่าวของกฟผ.เพียงเพื่อให้สามารถทำเวที ค.3 ได้เท่านั้น โดยไม่สนใจว่าจะต้องได้ด้วยวิธีใด

การออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินท่าเรือขนถ่านหิน ในครั้งนี้ของสมาคมฯ เพื่อรักษาสมบัติที่ธรรมชาติให้ไว้แก่จังหวัดกระบี่ และแสดงออกให้ กฟผ.เห็นว่า หากเกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้นในจังหวัดกระบี่ ก็จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน ไม่ใช่แต่เฉพาะภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ แต่จะกระทบเป็นวงกว้างทั้งอันดามัน เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกันด้วย ซึ่งการเคลื่อนไหวของสมาคมฯ เพื่อชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมา กฟผ.และบริษัทที่ปรึกษาไม่เคยศึกษาผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่แม้แต่ครั้งเดียวและที่สำคัญ ข้อมูลทุกอย่างกฟผ.ต้องกล้าเปิดเผยความจริง เพราะที่ผ่านมา มีการบิดเบือนข้อมูล ความจริงอยู่ตลอดเวลา

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์

http://www.facebook.com/tcijthai

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ