คสช.จ่อเลิกแจกแท็บเล็ต ทำห้องเรียนอัจฉริยะแทน

27 พ.ค. 2557 | อ่านแล้ว 410 ครั้ง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 พฤษภาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมกับพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกลุ่มงานฝ่ายสังคมและจิตวิทยา ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ทั้ง 7 กระทรวงในกลุ่มนี้ได้นำเสนอโครงการเร่งด่วนและโครงการที่ดำเนินการในปีงบ ประมาณ 2557 รวมถึงโครงการที่จะต้องเสนอของบฯ ดำเนินการในปี 2558 โดยเป็นเพียงการรายงานให้ทราบ ยังไม่มีการไฟเขียวต่อโครงการใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ในส่วนของโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ1 นักเรียน ที่ยังเหลือการจัดซื้อตามปีงบประมาณ 2556 อีก 1 โซน คือโซน 4  เนื่องจากมีการยกเลิกสัญญาต้องจัดประมูลใหม่นั้น พล.ร.อ.ณรงค์ยังไม่ได้ปฏิเสธหรือตอบรับการให้ดำเนินการต่อ แต่ขอดูรายละเอียดก่อน

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวต่อว่า พร้อมกันนี้ยังได้เสนอโยบายสำคัญที่คสช. ต้องเร่งดำเนินการให้ผบ.ทร. ทราบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรงบประมาณให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นเงิน 3,610 ล้านบาท เพื่อปล่อยให้กับผู้กู้รายใหม่ 204,000 ราย การของบฯ ซ่อมแซมอาคารที่เสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย 298 ล้านบาท และการของบฯ ค่าใช้จ่ายต่อหัวสำหรับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) โดยพล.ร.อ.ณรงค์ ได้ชี้แจงถึงอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงว่าอยู่ในระหว่างจัดทำแนวปฏิบัติอยู่ เบื้องต้นจึงมอบอำนาจให้อนุมัติ หรือเดินหน้าโครงการตามแผนงานปกติ ตลอดจนงานที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น การประกาศใช้หลักสูตรใหม่ ที่ได้รับการเห็นชอบจากบอร์ดแล้ว ส่วนของงานบริหารงบประมาณ และงานบริหารบุคคลอาจจะต้องเสนอให้พิจารณาก่อน หรือบางเรื่องอาจต้องเสนอผบ.ทบในฐานะหัวหน้าคณะคสช. พิจารณาด้วย ทั้งนี้พล.ร.อ.ณรงค์ ได้ขอให้แต่ละกระทรวงส่งผู้แทนไปประจำที่สำนักงานซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อประสาน งานสำหรับกลุ่มนี้โดยเฉพาะด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับทิศทางโครงการแท็บเล็ตปีการศึกษา 2557 นั้น จากการสอบถามแหล่งข่าวระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการทราบว่า กระทรวงศึกษาธิการได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับ พล.ร.อ ณรงค์ เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ว่าควรแจกแท็บเล็ตเหมือนเดิม หรือปรับมาจัดเป็นห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart classroom) ซึ่งจัดการเรียนการสอนระบบไอทีแทน โดย เบื้องต้นผบ.ทร.ค่อนข้างเห็นด้วยกับแนวความคิดห้องเรียนอัฉริยะ ดังนั้นต่อจากนี้กระทรวงศึกษาธิการจะต้องเปรียบเทียบว่า แจกแท็บเล็ตให้เด็กป.1 และม.1 ดีอย่างไร หากปรับมาจัดเป็นห้องเรียนอัจฉริยะดีอย่างไร ที่สำคัญรูปแบบไหนคุ้มค่าและเกิดผลประโยชน์กับเด็กมากที่สุด เพื่อให้บริหารจัดการงบประมาณที่มีจำกัด มีประสิทธิภาพสูงที่สุด

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์

www.facebook.com/tcijthai

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ