WWFจี้หยุด‘ดอนสะโฮง’ หวั่น‘โลมาอิรวดี’สูญพันธุ์

22 พ.ค. 2557 | อ่านแล้ว 634 ครั้ง

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 กองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ได้ค้นคว้าและสำรวจถึงประชากรโลมาอิรวดี ทำให้ทราบว่า ปัจจุบันมีเหลือเพียง 85 ตัวเท่านั้น ในระยะ 190 กิโลเมตรในแม่น้ำโขง ซึ่งอยู่ระหว่างพื้นที่ จ.กระแจะ ประเทศกัมพูชา และชายแดนของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โครงการการก่อสร้างเขื่อนดอนสะโฮงกำลังจะเริ่มขึ้นในปลายปีนี้ จะส่งผลกระทบต่อแหล่งที่อยู่ของโลมาอิรวดี ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นซึ่งอาจทำให้เกิดการสูญพันธุ์ของโลมาอิรวดี หรือแม้กระทั่งการสูญพันธุ์ของสายพันธุ์อื่น ๆ ในแม่น้ำโขงด้วย

“ในฐานะที่บริษัท Mega First เป็นผู้ควบคุมดูแลโครงการแต่เพียงผู้เดียว จึงควรออกมาแสดงความรับผิดชอบ ทั้งในฐานะบริษัทที่มีส่วนรับผิดชอบและในฐานะหนึ่งในประชากรของโลกนี้และแสดงความนับถือต่อข้อตกลงสากลในการก่อสร้างเขื่อน ที่จำเป็นจะต้องได้มาตรฐาน และไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม หากว่าโครงการนี้ดำเนินต่อไป นั่นจะหมายถึงตะปูตัวสุดท้ายที่จะตอกฝาโลงให้แก่ โลมาอิรวดี” Mr.Chhith Sam Ath ผู้อำนวยการ WWF กัมพูชา กล่าว

ผู้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนวางแผนในการใช้ระเบิดจำนวนมาก เพื่อทำลายหินหลายล้านตัน ซึ่งจะก่อให้เกิดคลื่นเสียงที่รุนแรงจนคร่าชีวิตโลมาในแม่น้ำโขง ซึ่งมีประสาทการฟังที่อ่อนไหว นอกจากนี้การก่อสร้างจำเป็นต้องเกิดการสัญจรทางน้ำจำนวนมหาศาล ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำและทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำจำนวนมากจนอาจกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการสูญพันธุ์

          “การลดผลกระทบจากการสร้างเขื่อน ไม่สามารถลดลงได้เลย หากขาดการวางแผนและจัดการที่ดีดังที่ระบุไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม Mega First ยังคงมีทางเลือก ระหว่างการเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างเพื่อนร่วมโลก และหาหนทางที่ดีกว่าเดิม หรือเดินหน้าโครงการเพื่อทำลายสายพันธุ์โลมาในแม่น้ำโขง” Mr.Gerry Ryan ผู้เขียนผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง ชื่อ ‘เขื่อนดอนสะโฮงกับชีวิตของโลมาแม่น้ำโขง’

ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ของ WWF เปิดเผยการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมถึง Mega First ที่แสดงให้เห็นว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นสร้างความเสี่ยงให้กับแหล่งการประมงแหล่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลก และส่งผลถึงชีวิตของผู้คนกว่า 60 ล้าน ที่ใช้ชีวิตโดยพึ่งพาทรัพยากรจากแม่น้ำโขง ทาง Mega First ต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่อไปท่ามกลางการคัดค้านของรัฐบาลกัมพูชา, องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร, ประชาคมและชุมชนท้องถิ่นหรือไม่

Mr.Chhith Sam Ath กล่าวว่า เขื่อนดอนสะโฮงเป็นหนึ่งในการท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งหากก่อสร้างจริงจะก่อให้เกิดความเสียหายถาวรต่อระบบนิเวศของแม่น้ำโขง เราเรียกร้องให้สาธารณะเข้าร่วมลงชื่อในการต่อต้านครั้งนี้ รายชื่อของทุกคนจะเป็นหนึ่งเสียงที่สามารถปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและอนาคตของแม่น้ำโขงได้

ขณะที่ Mr.Marc Goichot ผู้จัดการการบริหารจัดการไฟฟ้าพลังน้ำอย่างยั่งยืนของ WWF-ลุ่มแม่น้ำโขง กล่าวว่า และนี่เป็นความรับผิดชอบของ Mega First ที่จำเป็นจะต้องทำให้แน่ใจว่า วัตถุประสงค์ในการสร้างนั้นอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์ ในด้านการก่อสร้างและจัดการโครงการ ซึ่งนั่นจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดกับธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งทางเลือกที่ดีกว่าของโครงการเขื่อนดอนสะโฮงนั้นมีอยู่จริง นั่นคือโครงการท่ากอ ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เทียบเท่ากับโครงการเขื่อนดอนสะโฮง ในค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติน้อยกว่าด้วย รวมไปถึงสถานที่ตั้งที่จะไม่เป็นการขวางกั้นแม่น้ำโขงแต่อย่างใด แต่เป็นที่น่าเสียดายเมื่อโครงการท่ากอไม่สามารถเดินหน้าต่อได้หากว่าโครงการเขื่อนดอนสะโฮงยังคงอยู่ในการดำเนินการ

WWF เรียกร้องให้ยุติการดำเนินการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง จนกว่าจะได้ข้อสรุปถึงวิธีการที่ดีและครอบคลุมกว่าอันอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์รวมทั้งให้คำปรึกษากับรัฐบาล ประชาสังคม และชุมชนที่จะได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ