คสช.สั่งเลิกซื้อ‘แท็บเล็ต’ ใช้6พันล.พัฒนาอย่างอื่น

16 มิ.ย. 2557 | อ่านแล้ว 511 ครั้ง

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่กองทัพเรือ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา เชิญ ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติราชการแทน รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคณะทำงานโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)  มาประชุมหารือเพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินโครงการแท็บเล็ตต่อไปอย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า คสช.สั่งให้ยกเลิกโครงการการจัดซื้อแท็บเล็ต ประจำปีงบประมาณ 2557 วงเงินกว่า 4,000 ล้านบาท โดยให้เปลี่ยนแปลงงบประมาณ ไปใช้ในโครงการอื่นแทน และมอบให้ 10 หน่วยงาน ได้แก่ สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร สำนักการศึกษา เมืองพัทยา กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สถาบันการพลศึกษา และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ คิดโครงการขึ้นมานำเสนอใหม่ โดยมีโจทย์ว่าหากไม่ซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียน จะนำเงินไปทำอะไรที่จะเกิดประโยชน์ในเรื่องของคุณภาพการศึกษา

ภายหลังการประชุม แหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยว่า ในการประชุมหารือดังกล่าวได้มีการพิจารณาข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อคิดเห็นจาก 10 หน่วยงาน เกี่ยวกับโครงการการจัดซื้อแท็บเล็ต โดยที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกโครงการการจัดซื้อแท็บเล็ต ประจำปีงบประมาณ 2557 พร้อมทั้งให้ยุติการจัดซื้อแท็บเล็ต ประจำปีงบประมาณ 2556 ในโซน 4 ของนักเรียนชั้น ม.1 (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ที่ยังค้างอยู่ด้วย เนื่องจากเห็นว่าไม่คุ้มค่าและไม่เหมาะสม โดยที่ประชุมให้นำงบประมาณที่ใช้ในการจัดซื้อแท็บเล็ตโซน 4 จำนวน 1,170 ล้านบาท ไปรวมกับงบประมาณที่จะใช้ในการจัดซื้อแท็บเล็ต ปี 2557 จำนวน 5,800 ล้านบาท มารวมกัน เป็นเงิน 6,970 ล้านบาท ไปดำเนินการในโครงการอื่นที่เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาแทน ทั้งนี้ได้มอบให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำเรื่องเสนอไปยังกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ เพื่อขอเปลี่ยนแปลงรายการ และขอกันเงินงบประมาณแบบไม่มีหนี้ด้วย

แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง โดยมีข้อสรุปว่า นักเรียนทุกคนไม่จำเป็นต้องได้รับแจกแท็บเล็ตเป็นของตนเอง เพราะใช้แท็บเล็ตเรียนเพียงวันละ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น จึงถือว่าไม่คุ้มค่า และไม่เหมาะสมที่จะจัดซื้อให้แก่นักเรียนทุกคน ขณะเดียวกันยังเห็นว่าแท็บเล็ตไม่เหมาะที่จะนำมาใช้สอนนักเรียนตลอดเวลา ควรใช้ในการเรียนการสอนบางชั่วโมงเท่านั้น และนักเรียนควรเรียนรู้จากครูผู้สอน อีกทั้งแท็บเล็ตถือเป็นครุภัณฑ์ของโรงเรียน จึงไม่เหมาะสมที่จะไปมอบให้นักเรียนเป็นของส่วนตัวได้ โดยคณะกรรมการว่าด้วยพัสดุ กรมบัญชีกลาง ก็ได้ระบุว่า จะมอบแท็บเล็ตให้แก่นักเรียนไม่ได้ นอกจากนี้แท็บเล็ตยังมีขนาดหน้าจอที่เล็ก ทำให้นักเรียนมีปัญหาด้านสายตา ส่วนคุณภาพของเครื่องเนื่องจากมีราคาถูก ทำให้แท็บเล็ตมีคุณภาพต่ำ มีอายุใช้งานที่สั้นเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น และไม่คุ้มค่าเมื่อต้องมีการซ่อมแซมเกิดขึ้น

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์

www.facebook.com/tcijthai

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ