โพลชี้ปชช.ให้หาคนกลาง เปิดเจรจาแก้วิกฤติประเทศ

9 มี.ค. 2557 | อ่านแล้ว 612 ครั้ง

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยการสำรวจ ความคิดเห็นประชาชน หัวข้อ ประชาชนคิดอย่างไร? กับกระแสข่าวหาคนกลางที่จะมาดำเนินการพูดคุยไกล่เกลี่ยให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้น โดยสอบถามความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,404 คน ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคม 2557 สรุปผลได้ ดังนี้

1.จากกระแสข่าวที่มีการพูดคุยกันระหว่างนายกฯยิ่งลักษณ์ กับ ผบ.เหล่าทัพต่าง ๆ และมีการเรียกร้องให้หาคนกลางที่จะมาดำเนินการพูดคุยไกล่เกลี่ยให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้น ประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร? อันดับ 1 ระบุว่า เป็นเรื่องที่ดี การหาคนกลางมาเจรจาน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด สถานการณ์ต่าง ๆ คงจะดีขึ้น ร้อยละ 49.81 อันดับ 2 อยากให้คนกลางที่จะเข้ามาดำเนินการทำหน้าที่สำเร็จและทุกฝ่ายพอใจ / เต็มใจที่จะทำตาม ร้อยละ 27.17 อันดับ 3 กลัวว่าจะหาคนกลางไม่ได้ หรือถ้ามีคนกลางจริงก็ไม่แน่ใจว่าจะเจรจาได้สำเร็จ ร้อยละ 23.02

2.จากสถานการณ์บ้านเมือง ณ ขณะนี้ ประชาชนคิดว่าถึงเวลาหรือยัง? ที่ควรจะหาคนกลางเข้ามาดำเนินการ อันดับ 1 ระบุว่า ถึงเวลาแล้ว ร้อยละ 68.06 เพราะประเทศชาติและประชาชน ได้รับผลกระทบมามากพอแล้ว เป็นเหตุการณ์ที่ยืดเยื้อมานาน ไม่อยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ทุกคนช่วยกันพัฒนาประเทศ ฯลฯ อันดับ 2 ไม่แน่ใจ ร้อยละ 24.72 เพราะควรประเมินสถานการณ์ให้ละเอียดรอบคอบ อาจเป็นเพียงกระแสในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ฯลฯ อันดับ 3 ระบุว่า ยังไม่ถึงเวลา ร้อยละ 7.22 เพราะอยากให้ทั้ง 2 ฝ่าย เจรจากันเองมากกว่า การที่จะหาคนกลางเข้ามาทำหน้าที่นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และคงต้องใช้เวลาในการหาพอสมควร

3.“บทบาท หน้าที่” ของผู้ที่จะมาเป็น “คนกลาง” ควรเป็นอย่างไร? อันดับ 1 เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เป็นที่รู้จัก ประวัติดี มีคุณธรรม ร้อยละ 44.81 อันดับ 2 ฉลาด มีไหวพริบ เข้าใจพูด พูดเป็น ไม่บิดเบือนข้อมูล ร้อยละ 32.05 อันดับ 3 ทำหน้าที่ให้เต็มที่ ทำเพื่อส่วนรวม ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ ร้อยละ 23.14

4.ใครหรือหน่วยงานใด? ที่ประชาชนเห็นว่าเหมาะสมที่จะเข้ามาเป็น “คนกลาง” ในครั้งนี้ อันดับ 1 กลุ่มองค์กรหรือหน่วยงานที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง ร้อยละ  41.47 อันดับ 2 กองทัพ ร้อยละ 27.13 อันดับ 3 ศาลฎีกา ร้อยละ 23.64 อื่น ๆ เช่น คณะองคมนตรี ตัวแทนภาคประชาชน หน่วยงานเอกชน องค์กรต่างประเทศ ฯลฯ ร้อยละ 7.76

5.ถ้ามี “คนกลาง” แล้ว ประชาชนคิดว่าการเมืองท่ามกลางความขัดแย้งที่มีอยู่ ณ วันนี้ จะเป็นอย่างไร? อันดับ 1 ระบุว่า ขัดแย้งน้อยลง ร้อยละ 49.17 เพราะได้พูดคุยและเข้าใจกันมากขึ้น รู้ถึงเหตุผล มุมมอง และความต้องการของแต่ละฝ่าย สถานการณ์ต่าง ๆ น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ฯลฯ อันดับ 2 ระบุว่าขัดแย้งเหมือนเดิม ร้อยละ 41.39 เพราะการเมืองไทยเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อ และสั่งสมมานาน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน มีหลายเรื่องที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ฯลฯ อันดับ 3 ระบุว่า ขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 9.44 เพราะ ยังไม่รู้ว่าคนกลางจะเจรจาได้สำเร็จหรือไม่ กลุ่มที่สนับสนุนของแต่ละฝ่ายอาจไม่เห็นด้วยกับการเจรจา ฯลฯ

6.ประชาชนคิดว่าการที่จะตั้ง “คนกลาง” เพื่อทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้น น่าจะมี “ปัญหาอุปสรรค” อะไรบ้าง? อันดับ 1 หาคนกลางที่เหมาะสมหรือมีคุณสมบัติตามที่ต้องการไม่ได้ หรือไม่มีใครอยากทำหน้าที่เป็นคนกลาง ร้อยละ 39.27 อันดับ 2 คนกลางที่หาได้อาจไม่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย เกิดการต่อต้าน คัดค้าน ร้อยละ 35.59 อันดับ 3 การทำหน้าที่ของคนกลางอาจถูกแทรกแซง ข่มขู่ ได้รับความกดดันหรือสังคมคาดหวังมากเกินไป ร้อยละ 25.14

7. “ข้อเสนอแนะ” ต่อ “คนกลาง หรือ หน่วยงาน” ที่จะมาดำเนินการในครั้งนี้ อันดับ 1 ต้องอดทน มีสติ เข้าใจต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะต้องเผชิญทั้งในเรื่องของการข่มขู่ หรือความไม่ปลอดภัย ร้อยละ 42.78อันดับ 2 ทำหน้าที่อย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา แจ้งความคืบหน้าให้สังคมทราบเป็นระยะ ๆ ร้อยละ 29.38 อันดับ 3 ควรกำหนดกรอบกติกาในการเจรจา หรือประเด็นที่จะพูดคุยให้ชัดเจน พร้อมรับฟังความต้องการทั้ง 2 ฝ่าย ร้อยละ 27.84

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์

www.facebook.com/tcijthai

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ