จดหมายถึง TDRI: อย่ายกเลิกจำนำข้าวเลย

ภิญญา พรประสิทธิ์ 9 ก.พ. 2557


เรียน …TDRI

เรื่อง    อย่ายกเลิกจำนำข้าวเลย

สืบเนื่องจากได้อ่านบทความ บทสัมภาษณ์ ทั้งจากสื่อต่างๆ ของสื่อมวลชนทั่วไป และ website ของ TDRI
เรื่อง จำนำข้าว แล้วเห็นว่า เป็นข้อมูลที่น่าสนใจและมีประโยชน์มาก ถ้าสรุปไม่ผิด ข้อเสนอล่าสุดของ TDRI คือ

1. ยกเลิกจำนำข้าว
2. เทขาย stock ข้าว ใช้หนี้ชาวนา
3. ให้กลไกลตลาดข้าว กลับไปเหมือนเดิม
4. การช่วยเกษตรกร ควรช่วยในด้านลดต้นทุนการผลิต  การเพิ่มผลิตภาพการผลิตโดยใช้เทคโนโลยี ย้ายคนออกจากภาคเกษตร โดยการสร้างงานในชนบท และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ข้าว
5. เพิ่มเติมจากบทสัมภาษณ์ อ.นิพนธ์ พัวพงศกร “ ถ้าอยากช่วยคนจนซึ่งมี 13 ล้านคน รายได้ 50 บาท/คน/วัน ต่ำกว่าเส้นยากจน 90 บาท/คน/วัน ก็โดยการจ่ายเงินให้ 40 บาท/คน/วัน  1 ปี ใช้เพียง 189,000 ล้านบาท ไม่มีการทุจริตรั่วไหล “

ด้วยความที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์แต่พอจะเข้าใจคร่าวๆว่าเป็นวิชาที่ว่าด้วยเรื่องการกระจายทรัพยากรทรัพย์สินที่มีจำกัดให้แก่คนซึ่งมีมากกว่าทรัพยากรที่มีอยู่ ด้วยความเป็นธรรม คือทุกภาคส่วนอยู่ได้ไม่เอาเปรียบกันมากเกินไป
TDRI มีผู้เชี่ยวชาญวิจัย มีข้อมูลวิจัยเชิงประจักษ์มาก สามารถผลักดันประเทศไทยให้เดินหน้าได้ตลอดมาที่มีการก่อตั้ง แต่ที่อยากเรียนถามก็คือ ทำไมระบบผลิต-ค้าข้าว  ซึ่งมีมาตั้งแต่ รัชกาลที่4  สมัยสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง ชาวนาไทยยิ่งทำยิ่งเป็นภาระของประเทศไทย
เข้าใจว่าปัญหาได้มีความพยายามแก้ไขขับเคลื่อนมาตลอด ประเทศไทยมีความรู้เรื่องข้าวมากมายทุกสาขา น่าจะถือได้ว่าเรื่องเทคโนโลยีข้าว นักวิชาการ เรื่องข้าว ตั้งแต่ผลิต –แปรรูป – ค้าขาย ไม่เป็นรองใครแน่ๆ แต่วัฏจักรของชาวนาไทย ก็ยังวนเวียนเหมือนเดิม  นั่นคือ ผู้ผลิตชาวนา (4-5 ล้านครัวเรือน ประมาณ 20 ล้านคนจากประชากรไทย 70 ล้านคน )  ยังต้องตกอยู่ภายใต้กลไกตลาดที่ TDRI บอกว่า “เราประสบความสำเร็จมาก เพราะว่า เราสามารถส่งออกได้ 10 ล้านตันต่อปี เป็นอันดับหนึ่งของโลก



ถ้าระบบเดิมมีปัญหามากก็ทำอย่างที่ว่า แจกเงินคนจนแก่ชาวนาไปเลย คนละ 40 บาท/คน/วัน ใช้เงินแค่ 189,000 ล้านบาท/ปี ง่ายๆไม่มีช่องทุจริต ไม่เสี่ยงต่อวินัยการคลัง “
จากข้อมูลของ  TDRI ที่ได้ติดตามมา สรุบได้ว่ารัฐใช้เงินในการจำนำข้าว 1 ปี (นาปี+นาปรัง) ประมาณ400,000 ล้านบาท คิดเป็นข้าวสาร 13ล้านตัน ในขณะเดียวกันข้าวนอกระบบจำนำ มีอีก8 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 120,000 ล้านบาท รวมแล้วทั้งประเทศ มีข้าวสารอยู่ 21 ล้านตัน

ปี2555 เราส่งข้าวออก 7ล้านตัน มูลค่า 140,000 ล้านบาท บริโภคภายใน+ เบ็ดเตล็ด 10ล้านตัน
ราคาบริโภคภายใน มูลค่าประมาณ 250,000 ล้านบาท 

ในกรณีที่เป็นตามข้อกล่าวหาว่ามีการทุจริตอย่างมโหฬารในภาครัฐเพราะมีการระบายข้าวที่ไม่โปร่งใสน่าจะมาจากตัวเลขของกิจกรรมในการระบายข้าวสารนั้นในปี 2555 ต้องใช้ทั้งหมด 17 ล้านตัน มาจากนอกระบบจำนำ 8 ล้านตันแล้วต้องมาจากภาครัฐ 9 ล้านตัน เป็น 9 ล้านตันที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปมูลค่าในการระบายด้วยข้ออ้างยังไม่ปิดบัญชี stock คงเหลือก็ไม่บอกทั้งๆที่น่าจะรู้ตัวเลขประมาณได้ ว่ามีประมาณ3-4 ล้านตันเพราะสสารไม่หายไปไหน ตามหลักวิทยาศาสตร์



เพราะฉะนั้น

1) เป็นหน้าที่ของ ปปช. ต้องตามกลับมาให้ได้ เพราะว่า TDRI  ระบุว่าเป็น ทุจริตแบบมีใบเสร็จน่าจะเป็นครั้งแรก ของประเทศไทย หรือไม่ 
2) ระบบแปรรูปและค้าขายข้าวมีต้นทุนในระบบเพิ่มขึ้น  เพราะว่ามูลค่าข้าวเปลือกตั้งต้นสูง ทำให้มูลค่าข้าวสารตั้งต้น  สูง แต่ราคาขายทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่ได้ขยับขึ้นมากเป็นผลให้กำไรที่เคยได้หายไปอย่างมาก นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมบรรดากลุ่มผู้แปรรูปและ ค้าข้าว ต้องเรียกร้องให้ล้มระบบจำนำข้าว
3) ขอเรียกร้องว่า”อย่ายกเลิกจำนำข้าว .” เพราะว่าระบบเดิม เป็นระบบที่เอาเปรียบและหากำไรมหาศาล ชาวนา20ล้านคนแทบจะเป็นทาสติดที่ดิน ที่ทำการผลิต เพื่อให้ กลุ่มผู้แปรรูปและค้าข้าว ได้กำไรมาตลอด ความเสี่ยงต่ำแทบไม่ขาดทุน กำไรของชาวนามีแค่ ประมาณ  6-7หมื่นล้านบาท/ปี / 20 ล้านคนในขณะที่ ประมาณการกำไรในระบบการแปรรูปและค้าข้าวมีตัวเลขหยาบๆ 2 แสนล้านบาท/ปี/2ล้านคน  เป็นตัวเลขที่ทางเศรษฐศาสตร์ มันยุติธรรมหรือไม่
4) “อย่ายกเลิกจำนำข้าว”เพราะว่า ระบบจำนำข้าวเป็นการผลักดัน กระจายเงินลงไปสู่คน 20ล้านคน 4-5 แสนล้านบาท/ปี คิดเป็นเท่าตัวของในระบบไม่มีจำนำ เป็น 20ล้านคนที่สร้างผลผลิต( แม้ว่าหลายคนจะบอกว่ามันเป้นข้าวที่จะเสื่อมสภาพได้ ) แต่มันคือผลผลิตเป็นทรัพย์สินที่จำเป็นต้องกินต้องใช้ มี turn over rate ที่แน่นอน เป็นประโยชน์กับทุกคน เคยได้ยินว่า มีเจ้าสัวสามารถ เอาสต๊อค เหล้า มาค้ำประกันเป็นเงินกู้ขยายอาณาจักรตัวเองจนยิ่งใหญ่เป็นแสนล้าน  นี่ไม่ใช่เรื่องน่าอายยิ่งกว่าหรอกหรือ  ที่ให้ความสำคัญต่อเหล้ามากกว่าข้าว


5) “อย่ายกเลิกจำนำข้าว”เพราะว่า การกระจายเงินลงไปในระดับท้องถิ่น แทบจะประมาณ ¾ ของประเทศ เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่ประเทศไทยไม่ใช่กรุงเทพฯ เงิน 4-5 แสนล้าน ในจังหวัดที่ปลูกข้าวเป็นหลัก เฉลี่ยแล้วจังหวัดละ หนึ่งหมื่นล้านบาทTDRI  ช่วยบอกได้ไหมว่า เคยมีครั้งไหนที่จังหวัดที่ไม่ใช่กรุงเทพฯ ได้รับอานิสงส์ เงินที่ไหลเวียนไปหาได้บ้าง เว้นแต่จะมีเมตตากรุณาจากบรรดานักวิชาการที่คิดทำ megaproject สนองความต้องการของกรุงเทพฯถึงจะเกิดการไหลเวียนเงินออกจากศูนย์กลางไปหาท้องถิ่นได้ จะสร้างเขื่อน จะสร้างถนน  จะสร้างอะไรต่างๆคิดโดยศูนย์กลางจากกรุงเทพฯใช่หรือไม่
6) เพราะเหตุข้อ 5) ข้อเสนอช่วยเหลือแก้ไขพัฒนาที่ TDRI นำเสนอมา เคยเป็นไปได้หรือไม่ทั้ง เรื่องลดต้นทุน ,เพิ่มผลิตภาพ, เพิ่มเทคโนโลยี , ย้ายคนออกจากภาคการเกษตร  , สร้างงานในชนบท มันเกิดขึ้นหรือไม่ มันเป็นไปได้จริงหรือไม่ เมื่อไม่มีเงินไปหล่อเลี้ยงยังท้องถิ่น หรือมีในแบบปริมาณเดิม บรรดากำไรปีละ สองแสน ล้านบาทของกลุ่มธุรกิจดั้งเดิมมีแต่สะสมความมั่งคั่งสำหรับกรุงเทพฯเท่านั้น ท่องแต่ว่าลดต้นทุนผลิต เพิ่มผลิตผล เพิ่มผลิตภาพ เพื่อจะได้มีข้าวถูกๆไปขายในราคาแพง  ตัวเลขระดับประถมไม่น่าเชื่อ ข้าวเปลือกกิโลกรัมละ 8บาท ( ข้าวเปลือก 2 กิโลกรัมได้ข้าวสาร 1+ กิโลกรัม         เฉลี่ยได้ข้าวสาร13บาท/กิโลกรัม  ) ผู้บริโภคชาวไทยต้องซื้อกิน ประมาณ 30- 40บาท/กิโลกรัม)  ที่ตลกคือ คนไทยซื้อข้าวกินแพงกว่าที่เราส่งออกไปขายต่างประเทศ เพราะว่าราคาส่งออกเฉลี่ยอยู่ ประมาณ 18-20บาท/กิโลกรัม มันเป็นไปแล้ว และมันเป็นมานานแล้วด้วย
7) รัฐจะมีหนี้สาธารณะมากขึ้น เสียวินัยการคลัง ประชาชนนิยมไม่ช่วยให้คนพึ่งตนเอง มันเป็นไปได้อย่างไร มันเป็น ผลิตผลไม่ใช่หรือ แล้วมันเป็นทรัพย์สิน ที่มีมูลค่าไม่ใช่หรือ มีอัตราการกิน การใช้ที่แน่นอน มันอาจจะไม่เลิศเลอเท่านวัตกรรมใหม่ๆแต่ข้าวก็ไม่เคยตกรุ่น ถึงจะเก่าถึงจะแก่ มันก็มีมูลค่า ขนาดแกลบ รำข้าว ยังมีมูลค่าเลย กลัวเน่า กลัวเสีย กลัวขาดทุน ฯลฯ นี่เป็นเรื่องที่พูดกันไป ทั้งประเทศ มีข้าวสาร 20 ล้านตัน กินใช้ 10 ล้านตัน ขาย 8-10 ล้านตัน/ปี เหลือสต๊อค แค่ 1-4ล้านตัน/ปี และต้องมีสต๊อค  เพราะว่านี่คือความมั่นคงทางอาหาร จะแน่ใจหรือว่าจะไม่ขาดแคลนแย่งชิงแบบ น้ำตาล หรือน้ำมันปาล์ม เคยได้ยินไหมว่า เงินทอง รถยนต์มือถือคือมายา ข้าวปลาอาหารคือของจริง แล้วที่ TDRI ให้สัมภาษณ์ ไม่แน่ใจหรือว่าพูดเล่นหรือพูดจริง ว่า เอาเงินไปแจก 40บาท/วัน/คน ยังดีกว่าเพราะใช้แค่ 189,000ล้านบาทนั้น ล้อเล่นหรือเปล่า นั่นไม่ยิ่งไปกว่าที่ไปโจมตีเลยหรือ ไม่ขัดกับหลักวิชาเศรษศาสตร์เลยหรือครับ มันละลายไปกับสายลม ไม่เกิดผลิตผล ใดๆเลยนะท่าน อาจารย์ ดร. นิพนธ์ พัวพงศกร


8) อย่ายกเลิกจำนำข้าว เพราะว่ามันเป็นโครงการที่ตรวจสอบง่ายมาก ดร.อัมมาร์ ฯ  ดร. สมเกียรติ ฯ สามารถระบุ ได้เลยว่าเป็นการทุจริตที่มีใบเสร็จ สามารถตามเช็ค ตัวเลขที่มาที่ไปได้ บอกหน่อยมีโครงการไหนบ้างที่ทุจริตแล้วมีใบเสร็จแบบนี้ สามารถจับได้เลยโดยไม่ต้องรอให้เกิดปรากฎการณ์โจรปล้นโจรก่อนถึงจะรู้ว่าต้องยึดทรัพย์ปลัดคมนาคม ถ้าไม่มีเหตุการณ์โจรปล้นโจร  สงสัยว่า ปปช. จะรู้มั้ยว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น  อยากจะบอกว่า TDRI น่าจะทำระบบประเมินผลการทำงานของ ปปช. ด้วยว่า ทำงานได้ดีขนาดไหน  ปกติจ้างยามมาเฝ้าทรัพย์สิน ดูแลสมบัติ ยามยังต้อง action ตรวจตรา ป้องกัน ไม่ให้โจรขึ้นบ้าน ปล้นบ้าน  ถ้ามีต้องต่อสู้ จับกุม แต่ไม่เคยเห็นยามมารณรงค์ให้  “ โตไปไม่ปล้น โตไปไม่โกง “ หรือมีช่วยบอกด้วย
9) เป็นแค่มโน   เรื่องมีอยู่ว่า พคท. ต่อสู้จับอาวุธ มาร่วม 20-30ปี เพื่อก่อให้เกิด กบฏชาวนา  ตามที่เหมาเจ๋อตุงแนะนำ เสียชีวิตไปกันเยอะทั้งสองฝ่าย จน 66/23   พคท. ถูกสลาย ไม่เกิด กบฎชาวนา  แต่จำนำข้าวแค่สองปี แล้วจู่ๆมายกเลิกด้วย สารพัดที่อ้าง ไม่คิดหรือว่ากำลังจะได้เห็น ม็อบชาวนา มากขึ้นถี่ขึ้น จนถึงขั้นกบฏได้ เพราะเห็นแล้วว่า มีเงินอยู่ในระบบจริงๆจับต้องได้ แต่ถูกฮุบ มิบ เม้ม ไว้ด้วยคำว่า กลไกตลาด ของ TDRI  เท่านั้น หรือ
10) อยากให้ TDRI เป็นผู้ควบคุม  ประเมินผลโครงการจำนำข้าว ถ้ายังไม่ยกเลิก ( อย่ายกเลิกจำนำข้าวเลย) ประเทศไทย จะไม่สามารถปฏิรูปใดๆได้เลย  ไม่ว่าปฏิรูปการเมือง การปกครอง การศึกษา ฯลฯ

โครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรค เป็นโครงการที่เอื้อให้คนไทย 45-48 ล้านคน มีหลักประกันสุขภาพ ไม่เป็นผู้ป่วยอนาถา แบบดั้งเดิม โครงการสำเร็จระดับหนึ่งไม่ใช่เพราะทักษิณ  แต่มันประสบความสำเร็จเพราะผู้ปฏิบัติงานทางสาธารณสุขที่ได้รับการบ่มเพาะ ปลูกฝังตั้งแต่ 14 ตุลา 2516 ด้วยการยึดมั่นใน Health For All หลายเสียงบอกว่าจะล้มเหลวเพราะว่าแม้แต่ยุโรป อเมริกา ก็ล้มเหลว สิ้นเปลืองมาก แต่ไทยก็ทำสำเร็จ 
หลักการกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายการศึกษาที่มีเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง ชุมชนดูแลตัวเอง ปกป้องสิทธิประชาธิปไตย เป็นไปไม่ได้เลย ถ้าชุมชนยากจน มีรายได้ไม่พอ การย้ายมูลค่าเงินในระบบที่อยู่แต่ในฟากที่ร่ำรวยมาก ในกลุ่มเดิม 4-5แสนล้านบาท/ปี  ไปสู่กลุ่มชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบตลอดมา 20 ล้านคน  เงินไม่ได้สูญหายเพราะว่า 20 ล้านคนนั้นเป็นผู้ใช้จ่าย ขั้นต้นที่ดีเสมอมา ไม่แข่งกันสะสมความมั่งคั่ง เศรษฐกิจของไทย น่าจะเจริญอย่างทั่วถึง ทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมกับเงินจำนวนนี้ แล้วการได้เห็น พนักงาน ธกส. มุ่งมั่นการทำงาน ปกป้องทรัพย์สินธนาคาร ของ ประชาชนคนฝากเงิน  เป็นเรื่องดี เพราะนี่คือมือไม้ของรัฐที่สามารถปฏับัติ เข้าถึงชุมชนได้เหมือนกับที่เราเคยมี รพ.ชุมชน รพ.จังหวัด รพ.ศูนย์ดูแลทุกข์สุขของคนไทย


ทั้งหมดที่นำเสนอมาน่าจะทำให้มั่นใจได้ว่า หากตั้งใจแล้ว การจำนำข้าวไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลย เงินทุกบาททุกสตางค์ของรัฐ มีที่มาที่ไปมีเอกสารควบคุม  ข้าวเปลือก/ข้าวสารทุกเมล็ดที่จำนำมีที่มาที่ไปชัดเจน มีเอกสารควบคุมสาวได้ถึงต้นตออย่างที่ TDRI ระบุว่า ทุจริตแบบมีใบเสร็จ ชาวนาซึ่งมีส่วนในเงินก็ย่อม ต้องปกป้องสิทธิตัวเองไม่ให้ถูกทุจริต นี่คือต้นธารของการปฏิรูปทั้งระบบ พ้นจากความยากจน พ้นจากความโง่ พ้นจากความเจ็บ ไม่ต้องกลัวผีคอมมิวนิสต์  ผีทักษิณ  ผีปชป. ผีกปปส.  หรือ ผีนายทุน,ขุนศึกศักดินาใดๆ
ก่อนจบบทความ เมื่อ 05/02/2557 นั่งดูข่าว เห็นตัวแทนสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย  ประชุมให้ข่าวผ่านโทรทัศน์  หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แถลงว่า พร้อมจะช่วยเหลือขายข้าวให้รัฐบาล แต่ต้องยกเลิกโครงการจำนำข้าว  แล้วTDRI รู้สึกอย่างไรบ้างอยากรู้

สุดท้ายนี้ด้วยความที่ไม่มีความรู้ด้านการเกษตร  ด้านเศรษฐศาสตร์  ตัวเลขข้อมูลใดๆที่อ้างถึงนั้นล้วนแล้วมาจากการอ่านบทความที่ TDRI เผยแพร่ผ่านสื่อเท่านั้น ที่อาจจะรู้เองก็มีแค่ราคาข้าวถุงที่ต้องซื้อกินเองตลอด จึงต้องขอบคุณอีกครั้งกับบรรดาข้อมูลของ TDRI

ขอบคุณบทความจากประชาไท

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ