ชาวบ้าน"ขอนคลาน" ใช้สภาองค์กรชุมชน อนุรักษ์แหล่งอาหาร

3 เม.ย. 2557


ชาวชุมชนบ้านขอนคลาน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ร่วมกันจัดทำโครงการ การจัดการพื้นที่ทางทะเลผ่านบทบาทของสภาองค์กรชุมชน เป็นเพื่อรวบรวมระดมความเห็น พร้อม ๆ กับพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่ในการหาแนวทางสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในชุมชนในการรักษาแหล่งอาหารสุดท้ายของชุมชน ผ่านการทำงานในรูปแบบของสภาองค์กรชุมชนที่ได้ริเริ่มจัดตั้งขึ้นหลังเกิดเหตุ “สึนามิ” เมื่อหลายปีก่อน

นายสมนึก ชุมแสง ชาวบ้านชุมชนขอนคลาน ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะทำงานของสภาองค์กรชุมชนขอนคลาน กล่าวว่า  “ขอนคลาน” เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลอันดามัน เมื่อคราวเกิด “สึนามิ”  ชุมชนแห่งนี้ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน ทำให้หลาย ๆ ครัวเรือนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว  โดยช่วงหลังเหตุการณ์ มีหลายหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือ ในขณะที่ชาวบ้านก็พยายามที่จะช่วยเหลือตัวเองอย่างเข้มแข็งด้วย ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยได้เริ่มจัดตั้ง “สภาตำบล” ขึ้นมาเพื่อเป็น “ศูนย์กลาง” การทำงานเพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาชุมชน

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ชุมชนกำลังฟื้นตัว แต่บริเวณนอกชายฝั่งออกไป กลับมีการทำประมงโดยการใช้เครื่องมือที่ผิดประเภทและผิดกฎหมาย อาทิการรุกล้ำแนวเขตของเรืออวนลากขนาดใหญ่  การทำโป๊ะน้ำลึก โพงพาง  อวนล้อมประกอบเครื่องปั่นไฟ ยาเบื่อ กากชา การปล่อยน้ำเสียและของเสียจากบ่อกุ้งลงสู่แม่น้ำลำคลองที่ไหลออกสู่ทะเล ซึ่งชาวบ้านเห็นว่าเหล่านี้ล้วนเป็นกระบวนการทำลายความมั่นคง และทำลายแหล่งอาหารของชุมชนและอาจนำมาสู่การล่มสลายของชุมชนประมงชายฝั่งได้ในอนาคต ชาวบ้านจึงรวมตัวกันจัดตั้ง สภาองค์กรชุมชน ทำหน้าที่ขับเคลื่อน และร่วมกันเข้าไปจัดการประเด็นปัญหาต่าง ๆ นับแต่นั้นเป็นต้นมา  

“การเกิดขึ้นของสภาองค์กรชุมชนในช่วงแรก ๆ เน้นทำงานในลักษณะเรียกร้อง ปกป้อง บางกรณีใช้การขัดขวาง บางเรื่องประสบความสำเร็จ ขณะที่บางเรื่องไม่บรรลุเป้าหมายของการต่อสู้ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ชาวบ้านก็เชื่อมั่นในกระบวนการทำงานภายใต้สภาองค์กรชุมชนที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดตั้งขึ้นมา” นายสมนึกกล่าว  

อย่างไรก็ตามแม้จะดูเหมือนว่าการทำงานได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากเป็นกลไกคลี่คลายความขัดแย้งและเป็นกลไกประสานงานระหว่างชาวบ้านและหน่วยงานของรัฐ แต่ภายใต้กลไกดังกล่าวยังขาดข้อมูลและความรู้เพื่อที่จะนำไปขับเคลื่อนการทำงาน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน  อาทิ กติกา การใช้ประโยชน์ และการระบุพิกัดพื้นที่  จึงได้มีการเสนอขอโครงการ การจัดการพื้นที่ทางทะเลผ่านบทบาทของสภาองค์กรชุมชน ตำบลขอนคลาน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ภายใต้การสนับสนุนจากมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  เพื่อพัฒนาระบบกลไกการอนุรักษ์ฐานทรัพยากรที่สำคัญของชุมชน ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่  โดยมีมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นพี่เลี่ยงในการดำเนินโครงการ

โดยพื้นฐานหลักคิดการทำงานของสภาชุมขอนคลาน เน้นไปที่กระบวนการประชาธิปไตย ที่ไม่ใช่การรวมตัว “เรียกร้อง”  แต่เป้นกระบวนการทางประชาธิปไตยที่รวมตัวกันเพื่อกำหนด “เป้าหมาย” เพื่อที่จะเดินไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยสมาชิกจะแยกย้ายกันไปสร้างความเข้าใจตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละส่วน ต่างคนต่างมีหน้าที่ ต่างคนต่างมีบทบาทกันและกัน ในส่วนของคนที่ไม่มีบทบาทและหน้าที่ ก็ร่วมเป็นผู้สนับสนุนห่าง ๆ คอยเสนอความคิด แสดงความเห็น และหมั่นตรวจสอบกรณีเกิดสถานการณ์ผิดปกติ

 “จริง ๆ แล้วมันก็สำคัญทั้งสองส่วน ทั้งในเรื่องของการพัฒนากลไก และ การสร้างคนรุ่นใหม่ ตัวกลไกทุกวันนี้ยังไม่เข้มแข็ง เพราะบางเรื่องยังขาดฐานข้อมูลรองรับ  ในส่วนของคนรุ่นใหม่ซึ่งแน่นอนต้องช่วยกันสร้าง ชุมชนก็เลยใช้โอกาสในการทำโครงการนี้พัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่ไปพร้อม ๆ กัน”นายสมนึกกล่าว และว่า ชาวบ้านหวังว่าภายใต้โครงการ  การจัดการพื้นที่ทางทะเลผ่านบทบาทของสภาองค์กรชุมชน จะสามารถพัฒนาขอนคลานให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนอื่น ๆ เนื่องจาก “ทะเล” มิได้มีเฉพาะที่ขอนคลานแห่งเดียว หากมันยังเชื่อมไปยังชุมชนอื่นโดยรอบ

“เราเข้มแข้งที่เดียวไม่ได้...บ้านอื่นต้องเข้มแข้งด้วย”

ทั้งนี้โครงการชุมชนฯเริ่มต้นเก็บข้อมูลการใช้ประโยชน์จากทะเล เนื่องจากมีข้อมูลพร้อม นำข้อมูลทั้งหมดในรอบ 1 ปี มารวบรวม จัดทำเครื่องมือบันทึก และสรุปรายได้พื้นที่การใช้ประโยชน์จากทะเล   จากเครื่องมือการเก็บข้อมูลดังกล่าว นำมาสู่การออกแบบการเก็บข้อมูลพี่น้องชาวประมงทั้งตำบล โดยใช้การจัดเวทีเป็นรายหมู่บ้าน ซึ่งทีมต้องแบ่งหน้าที่ในการจัดเวทีครั้งนี้ คือ หน้าที่กล่าวนำภาพรวม ชี้แจงรายละเอียดข้อมูลที่ต้องการ และการนำไปใช้อธิบายแบบกรอกข้อมูล โดยมีพี่เลี้ยงในกลุ่มย่อยช่วยอธิบาย  จากนั้นนำข้อมูลมาสรุปเป็นภาพรวมของตำบล

นอกจากนี้ระหว่างการเก็บข้อมูลมีข้อมูลที่ตกค้างในบางหมู่บ้าน จึงได้ทำการจัดค่ายเยาวชนเพื่อเรียนรู้ทรัพยากรทางทะเลและการใช้ประโยชน์ โดยให้เด็กได้เก็บข้อมูลการใช้ประโยชน์จากทะเล ที่เริ่มต้นจากการรู้จักทะเล พื้นที่ การใช้เครื่องมือประมงในพื้นที่ต่างๆ รายได้ที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะจัดทำสื่อนำเสนอพ่อแม่ผู้ปกครอง  หลังจากนั้นได้มีการสรุปข้อมูลทรัพยากรทางทะเล แหล่งสัตว์น้ำ (ดอหมัน) รวมไปถึง การเก็บข้อมูลปฏิทินฤดูกาลในรอบปีในการประกอบอาชีพในทะเล

ขณะที่นางราตรี  โสสนุย  หนึ่งในทีมชุมชนโครงการการจัดการพื้นที่ทางทะเลฯ ตำบลขอนคลาน   เล่าว่า ที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนไม่ได้มีงบประมาณเหมือน อบต.   แต่ชาวบ้านก็ทำงานกันอย่างแข็งขัน  ไม่ได้มีหน่วยงานองค์กรใดเข้ามาร่วม แต่ผลจากการพูดคุยหารือกันอย่างสม่ำเสมอ ก็ทำให้มีองค์กรอื่น ๆ เช่น อบต. มาร่วมกิจกรรม

“ตอนนี้มี อบต.ช่วยเรื่องงบประมาณบางเรื่อง สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 37 สนับสนุนข้อมูลความรู้  เสริมเรื่องการปลูกป่า การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ  ร่วมกิจกรรมค่ายเยาวชน และร่วมออกแบบการสร้างกฎระเบียบทรัพยากรทะเล นอกจากนี้ พอช. (องค์กรพัฒนาชุมชน) ก็เข้ามาสนับสนุนโครงการ และอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำสภาองค์กรชุมชนฯ นอกจากนั้นยังมีประมงอำเภอ  โรงเรียนบ้านขอนคลาน  ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งการสนับสนุนของหน่วยงานที่มีความต่างกัน ทำให้ทางสภาองค์กรชุมชนตำบลขอนคลานมีแนวคิดที่จะบูรณาการงานของแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน โดยในอนาคตจะมีการสร้างรูปแบบกลไกที่กระชับมากขึ้น  ทั้งในเรื่อง คน งาน เงิน โดยมีการกำหนดแผนงานที่พร้อมให้หน่วยงานสนับสนุนไปพร้อมๆ กับคนในชุมชน” โดยทั้งหมดดำเนินงานภายใต้การเห็นร่วมกันของชาวบ้าน และการเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน

ด้านนางสุภาวัตน์  วงค์จันทร์ ทีมงานอีกคนของโครงการการจัดการพื้นที่ทางทะเลฯ เล่าว่า แม้ขณะนี้โครงการอยู่ในขั้นของการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งหลังจากที่มีการเก็บข้อมูลเสร็จแล้ว ก็จะมีการนำเสนอในเวทีประชาคม เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทาง หรือกฎระเบียบในการจับสัตว์น้ำในช่วงฤดูวางไข่ต่อไป  รวมถึงการกำหนดอาณาเขตในการจับสัตว์น้ำด้วย รวมทั้งต้องมีการปรึกษากับหลายหน่วยงานที่เข้ามาร่วมโครงการ เช่น  ประมง อบต. สถานีป่าชายเลน เพื่อเข้ามาเสริมในสิ่งที่ชุมชนคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ ถูกต้องตามหลักการข้อกำหนดกฎหมายหรือไม่

“ดังนั้นการกำหนดกฎระเบียบต่าง ๆ ต้องเป็นการทำงานร่วมกันทุกฝ่ายของผู้ที่เกี่ยวข้อง  คำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกฝ่าย   ซึ่งขั้นตอนของเราอยู่ในขั้นของการจัดทำข้อมูลทรัพยากรทางทะเล ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนของการคืนข้อมูลสู่ชุมชน  จากนั้นจึงจะเป็นการทำเวทีประชาคม เพื่อสร้างระเบียบบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล และกำหนดเป็นข้อบัญญัติตำบลกับการจัดการทรัพยากรทางทะเล” 

ซึ่งเมื่อข้อมูลทั้งหมดถูกนำเสนอต่อที่ประชุม ชาวบ้านทุกภาคส่วนจะมาร่วมกันกำหนดเป้าหมายร่วมกันอีกครั้ง

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์

http://www.facebook.com/tcijthai

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ