'ชาวสะเอียบ'ไล่ที่ปรึกษา สาบานเลิกยุ่งแก่งเสือเต้น

25 มิ.ย. 2556 | อ่านแล้ว 502 ครั้ง

 

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ความชุลมุนจนเกิดหวิดปะทะกันระหว่างชาวบ้านจาก 4 หมู่บ้าน ใน ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กับเจ้าหน้าที่บริษัทที่ปรึกษาจัดทำโครงการศึกษาความเหมาะสมโครงการสร้างเขื่อนแม่น้ำยมตอนบน และเขื่อนแม่น้ำยมตอนล่าง ของกรมชลประทาน นำโดย นายถาวร บุตรราศรี เจ้าหน้าที่บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด พร้อมคณะรวม 3 คน จนถูกชาวบ้านราดน้ำมนต์ใส่หัว สาบานจะไม่เข้ามาในพื้นที่สะเอียบ รวมทั้งจะไม่เกี่ยวข้องกับเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง อีกต่อไป และถูกเชิญให้ออกจากพื้นที่โดยทันที

 

โดยเมื่อเวลา 17.30 น.ที่วัดบ้านดอนชัย ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ นายถาวร บุตรราศรี เจ้าหน้าที่บริษัทปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาจัดทำโครงการศึกษาความเหมาะสมโครงการสร้างเขื่อนแม่น้ำยมตอนบน และเขื่อนแม่น้ำยม (เขื่อนยมล่าง) ของกรมชลประทานพร้อมคณะ เดินทางเข้ามาในพื้นที่ ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ โดยอ้างว่า ได้ส่งข้อความทางโทรศัพท์ติดต่อขอเข้าพูดคุยกับนายสมมิ่ง เหมืองร้อง ประธานการคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนในพื้นที่ ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ทันทีที่ชาวบ้านในพื้นที่รู้ข่าวต่างพากันทะยอยมาปิดล้อมที่ทำการกำนัน ต.สะเอียบ กว่า 100 คน เนื่องจากไม่พอใจที่มีเจ้าหน้าที่บริษัทที่ปรึกษาเข้ามาในพื้นที่ พร้อมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่ 3 ราย มาสาบานตนที่วัดบ้านดอนชัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์เริ่มชุลมุนขึ้น ทันทีที่นายประสิทธิพร กาฬอ่อนศรี กรรมการกลุ่มราษฎร์รักษ์ป่า ขอให้นายถาวร พร้อมเจ้าหน้าที่กล่าวคำสาบานตนต่อหน้าพระประธานที่วัดบ้านดอนชัย ว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับโครงการแก่งเสือเต้นและโครงการเขื่อนยมบน-เขื่อนยมล่าง จะไม่เข้ามาศึกษา หรือจะไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการใด ๆ อีกต่อไป และหากผิดคำสาบานของให้มีอันเป็นไป ซึ่งทำให้ให้เจ้าหน้าที่รายหนึ่งไม่ยอมสาบาน โดยลุกขึ้นและดึงไมโครโฟนมาคุยชาวบ้านว่า อยากให้ชาวบ้านเข้าในถึงบทบาทหน้าที่ของตัวเอง เพราะจะไม่ให้ศึกษาโครงการทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ ทำให้ชาวบ้านลุกขึ้นโห่ร้องไม่พอใจ พร้อมกับนำขันน้ำมนต์ขึ้น ราดหัวเจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนหนึ่ง จนสถานการณ์ตึงเครียด และนายถาวรได้ขอร้องให้เจ้าหน้าคนดังกล่าวยอมปฏิบัติตามคำขอของชาวบ้าน ทำให้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง ทั้งนี้ชาวบ้านขอให้ทีมงานทั้งหมดออกจากพื้นที่ทันที โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะเอียบ คอยอำนวยความสะดวกให้

 

นายประสิทธิพรกล่าวว่า ชาวบ้านสะเอียบรู้สึกกังวลใจอย่างมาก เพราะปัญหาเรื่องเขื่อนแก่งเสือเต้น จนมาเป็นเขื่อนยมบน-เขื่อนยมล่างมีมานานกว่า 24 ปีแล้ว และชาวสะเอียบได้เคยประกาศต่อสาธารณะชนแล้วว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนการสร้างเขื่อนอย่าเข้ามาในพื้นที่ แต่นายถาวรได้เข้ามาถึง 2 ครั้งแล้ว โดยครั้งที่แรกอ้างว่า เอาขนมมาฝากหลานประธานการคัดค้านเขื่อน ซึ่งชาวบ้านได้ตักเตือนว่า ห้ามเข้ามาในพื้นที่สะเอียบ และเชิญตัวออกนอกพื้นที่ไปครั้งหนึ่งแล้ว  แต่เมื่อต.สะเอียบ เปลี่ยนประธานการคัดค้านเขื่อน ก็เข้ามาหาประธานคัดค้านเขื่อนคนใหม่อีก

 

เป็นที่น่าสังเกตว่า นายถาวรและบริษัท ปัญญาฯ เจาะจงจะเข้ามาหาประธาน เพื่อที่จะเอาขนมมาฝากเฉพาะหลานประธานคัดค้านเขื่อนเท่านั้น ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจ จึงเชิญตัวเจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรง ส่วนรอบที่ 2 นายถาวรได้นำเอกสารเชิญเข้าร่วมเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนในโครงการเขื่อนยมบน-เขื่อนยมล่าง มาวางไว้ที่บ้านกำนัน ชาวบ้านมาทราบภายหลังว่า นายถาวรแอบเข้ามาอีกครั้ง ชาวบ้านจึงไม่ไว้วางใจ และประกาศอย่างชัดเจนว่า ห้ามผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างการเขื่อนเข้ามาในพื้นที่โดยเด็ดขาด ทั้งนี้ ได้มีการติดประกาศไว้ที่ที่ขื่อเมือง แต่จนถึงวันนี้นายถาวร และเจ้าหน้าที่บริษัท ปัญญาฯ ยังเข้ามาอีก ชาวบ้านจึงเข้าล้อมจับตัวมาสาบานตนต่อหน้าพระประธานวัดบ้านดอนชัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           “ประเมินว่าหลัวจากนี้ปัญหาการคัดค้านสร้างเขื่อนยมบน-เขื่อนยมล่าง น่าจะรุนแรงขึ้น เพราะนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. ได้ยกเขื่อนยมบน-เขื่อนยมล่างให้กับ กลุ่มบริษัท ไอทีดี พาเวอร์ ไชนา เจวี อยู่ในโมดูลน้ำ เอ 1 ซึ่งจะเพิ่มความรุนแรงในพื้นที่แน่นอน เพราะงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของเอกชน ก็จะต้องเร่งเดินหน้าสร้างเขื่อนให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามผมขอประกาศว่า ชาวบ้านที่นี่มีแกนนำมาก หากตายไปกี่คน ก็จะยังมีแกนนำคนรุ่นหลัง มาสืบสานคัดค้านเขื่อนในพื้นที่สะเอียบต่ออย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะมีบริษัทใดๆ จะเข้ามาเราก็จะสงวนสิทธิ์ในการไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ และหากยังดื้อรั้นจะเจอมาตรการสะเอียบต่อไป รวมทั้งเตรียมทวงถามไปยังอธิบดีกรมชลประทาน ขอให้คืนวงเงินในการศึกษาโครงการนี้” นายประสิทธิพรกล่าว

 

 

 

นายประสิทธิพรกล่าวอีกว่า ชาวบ้านจะไม่อพยพออกจากชุมชน และยังมีจุดยืนต้านเขื่อนขนาดใหญ่ โดยเสนอทางเลือกแผนการกักเก็บน้ำตามลำน้ำสาขา ในกรณีของลุ่มน้ำยม มีลำน้ำสาขาถึง 77 สาขา ซึ่งสามารถผลักดันให้เกิดอ่างเก็บ น้ำขนาดกลางประมาณ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยใช้งบไม่มากเท่ากับเขื่อนยมบน-เขื่อนยมล่างที่ต้องใช้ถึง 15,000 ล้านบาท และสูญเสียป่าสักทองผืนสุดท้ายกว่า 24,000 ไร่ รวมทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในลุ่มแม่น้ำยม

 

ด้านนายศรชัย อยู่สุข กรรมการหมู่บ้านดอนชัยสักทอง หมู่ 9 ต.สะเอียบ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านดอนชัย บ้านดอนแก้ว บ้านแม่เต้น และบ้านดอนชัยสักทอง ได้จัดส่งชาวบ้านหมู่บ้านละ 5 คนเฝ้าเวรยามบริเวณหัวงานสร้างเขื่อน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ยม ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังคนแปลกหน้า และบริษัทที่ปรึกษาทำเขื่อน โดยออกค่าใช้จ่ายกันเอง เพราะกลัวว่าจะมีคนไม่หวังดีเข้ามาในพื้นที่ โดยยังยืนยันจุดยืนที่จะไม่เอาเขื่อนใด ๆ ทั้งหมดไม่ว่าจะลดขนาดเป็นเขื่อนยมบน-เขื่อนยมล่าง เพราะผลกระทบต่อผืนป่าสักทองกว่า 20,000 ไร่ และพื้นที่ทำกิน และชาวบ้านที่จะถูกน้ำท่วมยังคงมีอยู่

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ