ธกส.ช็อตเงิน'จำนำข้าว' ยืดจ่ายชาวนาไปถึงปีหน้า

22 พ.ย. 2556 | อ่านแล้ว 443 ครั้ง

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจำนำข้าวฤดูการผลิตปี 2556/2557 มายื่นใบประทวนขอรับเงินประมาณ 30,000 ล้านบาท หรือเป็นปริมาณข้าว 2.5 ล้านตัน แต่ ธ.ก.ส.มีเงินสำหรับจ่ายให้เกษตรกรในโครงการเพียง 20,000 ล้านบาท ทำให้การจ่ายเงินในโครงการล่าช้ากว่าปกติ โดย ธ.ก.ส.ได้ขึ้นบัญชีรายชื่อเกษตรกรเพื่อทยอยจ่ายเงินตามใบประทวน และได้มอบหมายให้สาขาเร่งทำความเข้าใจกับเกษตรกรแล้ว

          “ขณะนี้มีปริมาณข้าวและใบประทวนยื่นเข้ามามากกว่า 3 หมื่นล้านบาทแล้ว ซึ่ง ธ.ก.ส.ทยอยจ่ายเงินไปบ้างแล้วประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยสาเหตุที่ไม่สามารถจ่ายเงินได้เร็ว เพราะต้องรอเงินเข้ามาเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อไม่ให้เกินกรอบวงเงิน 500,000 ล้านบาท ทำให้เกษตรกรอาจได้รับเงินล่าช้าไปประมาณ 1 เดือนครึ่ง แต่ยืนยันว่าทุกรายจะได้รับเงินแน่นอน และ ธ.ก.ส.ได้หารือกับจังหวัด อำเภอ และสาขาแล้ว เพื่อให้พูดคุยทำความเข้าใจกับเกษตรกร โดยให้ขึ้นบัญชีไว้ก่อน พร้อมเบอร์โทรศัพท์ เมื่อมีเงินเข้ามาก็จะเรียกให้เกษตรกรมารับเงินทันที” นายลักษณ์กล่าว

อย่างไรก็ตามภายในเดือนธันวาคมนี้ ธ.ก.ส.จะได้รับเงินจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์เข้ามาอีก 2.4 หมื่นล้านบาท รวมเป็นเงินที่สามารถจ่ายได้โดยไม่กระทบกับกรอบวงเงิน 500,000 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท ที่จะใช้ได้ถึงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งยังไม่เพียงพอ เนื่องจากประเมินว่าจนถึงสิ้นปีนี้ต้องใช้เงินเพิ่มอีก 3 หมื่นล้านบาท หรือรวม 70,000 กว่าล้านบาท ที่ประชุมบอร์ดธ.ก.ส.จึงเสนอให้จัดสรรงบประมาณมาชำระหนี้เดิมเพิ่มเติมอีก 30,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังเห็นด้วยแล้ว เพื่อให้โครงการเดินต่อไปได้และสำนักงบฯกำลังพิจารณาอยู่ และคงจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้

ส่วนเงินที่กระทรวงการคลังจะออกพันธบัตรรุ่นใหม่สัปดาห์หน้า 7.5 หมื่นล้านบาทนั้น จะเป็นการชำระหนี้เดิมที่ครบกำหนดทั้งหมดไม่สามารถนำมาใช้จำนำข้าวรอบใหม่ได้ ทำให้ในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า ซึ่งยังมีข้าวทยอยออกมาอีกบางส่วน หรือประมาณ 6 หมื่นล้านบาทนั้น จะต้องรอเงินจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งยืนยันมาว่าจนถึงเดือนกันยายนปีหน้า จะส่งเงินขายข้าวมาให้ได้ 9.5 หมื่นล้านบาท แต่หากระหว่างที่ดำเนินโครงการและยังไม่มีเงินใหม่เข้ามาก็อาจจำเป็นต้องขยายกรอบ 5 แสนล้านบาทชั่วคราว โดยอาจเป็นการสำรองสภาพคล่องของธนาคารไปก่อน แต่จะให้ได้ไม่เกิน 5.5 หมื่นล้านบาท หรืออาจเป็นการใช้เงินกู้ ซึ่งจะเป็นทางเลือกสุดท้าย แต่สิ้นปี 2557 จะดูแลลงมาอยู่ในวงเงิน 5 แสนล้านเท่าเดิม ซึ่งทั้งสองแนวทางก็ต้องเสนอให้ ครม.เห็นชอบก่อน

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์

www.facebook.com/tcijthai

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ