กฟผ.ทำไฟดับทั่วภาคใต้ สบช่องอ้างโรงไฟฟ้าขาด

21 พ.ค. 2556 | อ่านแล้ว 596 ครั้ง

 

เมื่อเวลา 19.10 น. วันที่ 21 พฤษภาคม เกิดเหตุกระแสไฟฟ้าดับในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส โดยเกือบทุกพื้นที่รวมทั้งไฟส่องสว่างบนถนนก็ดับด้วยเช่นเดียวกัน ยกเว้นในโรงแรมขนาดใหญ่บางแห่งที่มีเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าสำรองเท่านั้น ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แขกที่เข้ามาพัก

 

นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ เกิดจากสาเหตุสายส่งไฟฟ้าสายหลักจากโรงไฟฟ้า จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นสายส่งขนาดใหญ่ 500 กิโลวัตต์ ที่ส่งกระแสไฟฟ้าไปยังภาคใต้มีปัญหาขัดข้อง ไม่ได้เกิดจากการก่อความไม่สงบ ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเดินเครื่องจ่ายไฟเลี้ยงระบบให้เป็นปกติอีกครั้ง

 

ต่อมา นายสุทัศน์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งผ่านสถานีวิทยุจส.100 ว่า สายส่งขนาดใหญ่ที่กระจายกระแสไฟฟ้ามีปัญหา ซึ่งสาเหตุที่ขัดข้องกำลังตรวจสอบ อย่างไรก็ตามในพื้นที่ภาคใต้มีการพัฒนาเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ และการเพิ่มขึ้นของชุมชนและที่อยู่อาศัย ในภาคใต้มีการใช้ไฟเพิ่มขึ้นปีละ 10 เปอร์เซ็นต์ และอีกส่วนหนึ่งมาจากการสร้างโรงไฟฟ้าไม่ทัน จึงต้องอาศัยไฟฟ้าเชื่อมโยงมาจากภาคกลาง

 

 

            “ไฟฟ้าจะมาต้องมีเส้นเลือดใหญ่วิ่งมาจากท่อใหญ่และกระจาย แต่สายส่งเส้นนี้จู่ ๆ มีปัญหา สาเหตุกำลังตรวจสอบ ดังนั้นเมื่อเส้นสายส่งไฟฟ้าที่มาเลี้ยงตลอดเวลามาไม่ได้ ทำให้ระบบรักษาความสมดุลไม่ได้จึงเกิดเหตุไฟดับ”

 

 

ผู้ว่าฯกฟผ.กล่าวว่า แผนการเตรียมการรองรับในอนาคตป้องกันปัญหาไฟดับ ต้องมีโรงไฟฟ้าที่พอเพียงและมีไฟในระบบเชื่อมต่อหล่อเลี้ยงได้ แต่เหตุที่เกิดขึ้น เริ่มจะไม่สมดุลมากขึ้นเพราะในภาคใต้การใช้กระแสไฟฟ้าพีค สุดที่ 2,500 เมกะวัตต์ แต่กฟผ. สามารถผลิตและมีเครื่องมือรองรับที่ 2,000 เมกะวัตต์ เกินสภาพที่จะรับ เมื่อการใช้ไฟแบบพีคเกิดขึ้นกระทันระบบจะรับการเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ไม่ได้ ดังนั้นระยะยาวต้องวางแผนให้มีโรงไฟฟ้าพอเพียง นอกจากขณะนี้ที่ใช้สายส่งภาคกลางลงไปช่วย

 

 

นายสุทัศน์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามยังมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่กระบี่ และที่จะนะ 2 ซึ่งส่วนนี้จะทำให้ผลิตไฟฟ้าได้ขึ้นอีกในภาคใต้ 800 เมกะวัตต์ โดยรวมการใช้ไฟในภาคใต้ก็น่าจะดีขึ้น ส่วนแผนที่ต้องดูแลเฉพาะหน้าชั่วคราวขณะนี้ คือดูแลระบบส่งและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้เป็นพิเศษ

 

ผู้ว่าฯกฟผ.กล่าวด้วยว่า สำหรับพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้อย่าง ภูเก็ต และอ.หาดใหญ่ จ.สงขลานั้น สถานการณ์สงขลา ไม่น่าห่วงมากนัก เพราะมีโรงไฟฟ้าจะนะในจ.สงขลา ส่วนภูเก็ตไม่มีที่สร้างโรงไฟฟ้าได้ ต้องพึ่งพาไฟฟ้าระบบส่งจากภาคอื่น แต่ปีที่แล้วกฟผ.พัฒนาสายส่งเส้นใหม่จากพังงาไปกระบี่ รวมทั้งพัฒนาสายส่งไฟฟ้าที่วิ่งเข้าภูเก็ต แต่ความเสี่ยงยังมี ถ้าไฟฟ้าไม่สมดุลไม่สามารถหาแหล่งไฟได้ ภูเก็ตก็มีความเสี่ยงไฟดับมากกว่า อ.หาดใหญ่ ดังนั้นปัญหายังเป็นส่วนภาคใต้ตอนล่างมากกว่า

 

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ รักพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า สาเหตุไฟฟ้าดับเกิดจากสถานีจ่ายไฟฟ้าย่อย ที่อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีหน้าที่ส่งไฟฟ้าจากภาคกลางสู่ภาคใต้ลัดวงจร ส่งผลให้โรงไฟฟ้าในภาคใต้เกิดปัญหาดับตามมา

นายณัฐวุฒิ ผลประเสริฐ หัวหน้ากองวางแผนปฏิบัติการผลิตไฟฟ้า ฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า สาเหตุของเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในภาคใต้ตั้งแต่เวลา 18.52 นาฬิกา มาจากสายส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปภาคใต้ระหว่างอ.จอมบึง จ.ราชบุรี และอ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เกิดปัญหา ทำให้โรงไฟฟ้าในภาคใต้ที่กำลังเดินเครื่องอยู่ทั้งหมด 4 โรง ได้แก่ โรงไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราช โรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา โรงไฟฟ้ากังหันแก๊ส และโรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ขัดข้องตามไปด้วย ส่งผลให้ไฟฟ้าดับในพื้นที่ในภาคใต้ซึ่งอยู่ต่ำกว่าอ.บางสะพาน ทั้งหมด

ขณะนี้ กฟผ. ได้เข้าแก้ไขระบบสายส่งจนกลับมาจ่ายไฟฟ้าได้เป็นปกติแล้ว และสามารถเดินเครื่องโรงไฟฟ้ารัชประภา และโรงไฟฟ้ากังหันแก๊สได้อีกครั้ง ทำให้ไฟฟ้ากลับมาเป็นปกติร้อยละ 50-70 แล้ว เหลือเพียงรอให้โรงไฟฟ้าขนอมและโรงไฟฟ้าจะนะกลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง สถานการณ์ไฟฟ้าในภาคใต้ทั้งหมดก็จะกลับมาเป็นปกติทั้งหมด ซึ่ง กฟผ. มั่นใจว่าจะสามารถเดินเครื่องโรงไฟฟ้าอีก 2 โรงที่เหลือได้ภายในเวลา 21.00 น.

 

อย่างไรก็ตามช่วงที่เกิดไฟฟ้าดับไม่สามารถรับไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซียมาช่วยเหลือได้ เพราะติดปัญหาด้านวิศวกรรม ส่วนสาเหตุที่สายส่งไฟฟ้าขัดข้องนั้นต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดจึงสามารถสรุปได้

ทั้งนี้ ภาคใต้มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด 2,300 เมกะวัตต์ โดยประมาน 1,000 เมกะวัตต์ หรือเกือบ 50 % เป็นไฟฟ้าที่ส่งมาจากภาคกลาง 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ