เปิดรายงานลับ12ข้อแจง‘ทักษิณ’ รูรั่ว-รอยร้าวทำ’พงศพัศ’แพ้ผู้ว่าฯ จับตา‘ยิ่งลักษณ์4’ไร้เด็กสุดารัตน์

ทีมข่าวศูนย์ข่าว TCIJ 19 มี.ค. 2556 | อ่านแล้ว 854 ครั้ง

 

ก่อนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้มีบารมีนอกพรรคเพื่อไทย จะส่งสัญญาณคำรามผ่านระบบสไกส์ เข้าไปที่พรรคถึง 2 รอบ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

มี ‘รายงานลับ’ ที่จัดทำขึ้นตามคำสั่งจากมหานครดูไบ ให้สรุปบทเรียนอย่างละเอียด ส่งตรงถึงมือ พ.ต.ท.ทักษิณ ภายใน 7 วัน

 

 

รายงานลับที่สุด สรุปเนื้อหา “12 ประเด็น” จึงถูกจัดทำขึ้น ในตึกที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อส่งตรงถึงนครดูไบ ประกอบด้วย

 

1.อีเวนต์ “คิดบวก” ไม่มีผลต่อการเพิ่มคะแนน ในการคูหาการเลือกตั้ง แต่ได้แค่กระแสการตอบรับจากสื่อเท่านั้น

2.ทีมงาน ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ในทีมของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ และคณะ ไม่ทุ่มเทอย่างเต็มที่

3.อีเวนต์การหาเสียง ไม่ได้จี้จุดอ่อน ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ เช่น เรื่องปัญหาโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส และโครงการรถดับเพลิง

4.ทีมงานยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งของพรรค หลงเชื่อผลโพลล์สำนักต่าง ๆ มากเกินไป จึงไม่คิดแก้เกมการเมือง ในช่วงโค้งสุดท้าย ในการหาเสียง โดยก่อนเลือกตั้ง 2 วัน ผู้รับผิดชอบเรื่องเลือกตั้ง ยังรายงานที่ประชุมว่า “จะชนะแบบแลนด์สไลด์”

 

 

 

5.ทั้งทีมหาเสียง-ทีมยุทธศาสตร์มีความเชื่อว่า “เสียงเงียบ จะโหวตให้เพื่อไทย” จึงไม่ลงพื้นที่ระดับเคาะประตูบ้านที่มีรั้ว-คนในคอนโดมิเนียม

6.อีเวนต์ที่ถูกตอกย้ำให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่ว่า “ไร้รอยต่อ” ถูกตีความทางลบว่า “เป็นการยึดประเทศ” ยิ่งทำให้เสียคะแนนมากยิ่งขึ้น

7.พรรคเพื่อไทยไม่มีอีเวนต์ แบบ “เนกกาทีฟแคมเปญ” เพื่อตอบโต้คู่แข่ง อย่างเป็นระบบ

8.การจัดตั้งมวลชน และการหาเสียง การจรยุทธ์ ผ่านระบบโซเชียลมีเดีย ไม่ได้ทำอย่างจริงจัง เป็นระบบ ขณะที่ฝ่ายประชาธิปัตย์ มีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบมากกว่า ทุกช่องทาง ทั้งเฟสบุ้ค-ทวิตเตอร์-ความเห็นของบุคคลสำคัญที่ส่งสัญญาณเชียร์ หรือถล่มผ่านเวบไซต์ต่าง ๆ

9.ในกฎกติกาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระบุให้การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. การหาเสียงเลือกตั้ง สามารถประกาศชื่อรองผู้ว่าฯได้ แต่พรรคมีตัวเลือกจะประกาศ สังกัดหลายก๊ก และแต่ละก๊ก มีปัญหาแตกแยกกัน จึงไม่สามารถประกาศได้ ประกอบกับมีการปล่อยชื่อ นายจตุพร พรหมพันธ์ ออกมา จึงทำให้ยิ่งเสียคะแนน ในช่วงโค้งสุดท้าย

10.การจัดโซนเลือกตั้ง และให้ 3 รัฐมนตรี รับผิดชอบตามเขต ทั้ง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และ นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ ต่างฝ่ายต่างไม่ลงรอยกัน จึงทำให้การทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ

 

 

11.การจัดตั้ง “หัวคะแนน” ยังขาดระบบท่อน้ำเลี้ยงที่ชัดเจน มีการเกี่ยงการระบายน้ำเลี้ยงจากพรรค ทำให้เขตใหญ่ที่เพื่อไทยเคยชนะ แต่ผลการเลือกตั้งคราวนี้ อัตราคะแนนที่ได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

12.การหาเสียงระดับพื้นเขตที่ขาดมือไม้ระดับ สก.-สข. และไม่มีการทำพื้นที่ต่อเนื่อง หรืองานพื้นที่ชุมชนยังอ่อน ไม่แข็งแรง ทำให้ทีมยุทธศาสตร์ไม่สามารถคำนวณ-คาดการณ์-วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งได้แม่นยำ

เมื่อรายงานลับชิ้นนี้ส่งถึงมือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงเป็นที่มาของการคำรามผ่านระบบสไกส์เข้าไปในห้องประชุมทีมกุนซือพรรค และที่ประชุมพรรค ถึง 2 รอบ

 

คำสั่งที่ส่งตรงจาก พ.ต.ท.ทักษิณคือ จากนี้ไปทีมงานของรัฐมนตรี, ส.ส.พื้นที่กรุงเทพมหานคร ต้องมานับหนึ่งใหม่ ใครจะได้เป็นรัฐมนตรีต่อไปในโควต้ากทม.จะต้องพิจารณากันใหม่ โดยจะมีผลในการปรับคณะรัฐมนตรีในยุค “ยิ่งลักษณ์4” และใครจะได้ลงรับสมัครต่อหรือไม่ในสมัยหน้า ต้องทบทวนแผนทั้งหมด หรือ Set Zero

 

ส่งผลให้รัฐมนตรีโควต้ากทม. ในสายของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ต่างเก้าอี้ร้อน กว่าดีกรีอุณหภูมิของฤดูร้อนหลายเท่า

 

มากกว่านั้นยังส่งผลให้การจัดสารบัญทางการเมืองในฝ่ายบริหาร และในฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องนับบทบาทกันใหม่ อาทิ

 

 

เรื่องที่ 1 แก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องลดอัตราเร่ง และเปลี่ยนท่าทีเป็นแก้รายมาตราแทนการแก้ทั้งฉบับ

เรื่องที่ 2 นิรโทษกรรมและปรองดอง ให้เดินหน้า แต่เดินไปตามเกม ให้ยื่นวาระคาสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรไว้ แล้วค่อยเดินต่อช่วงปิดสมัยประชุม

 

เรื่องที่ 3 งานของฝ่ายบริหาร ถูกกดปุ่มส่งสัญญาณให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจของพรรค เร่งสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรม เช่น รีบลงทุนโครงการเมกะโปรเจค ให้เห็นผลให้เร็วที่สุด

จากนี้ไป พ.ต.ท.ทักษิณจะเร่งเครื่องทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารด้วยตัวเอง วาระที่เป็นความเสี่ยงทางการเมือง จะถูกสั่งหยุดแถวทั้งหมด

 

แต่วาระที่ต้องเดินหน้าคือ การลงมือใช้งบประมาณทุกทิศทาง ทั้งใน-นอกงบประมาณ เท่านั้น

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ