วอนไทยห้ามขายงาช้าง เพื่อช่วยช้างไม่ให้ถูกล่า

15 ม.ค. 2556

 

เมื่อวันที่ 15 มกราคม  กองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ระบุว่า มีการฟอกงาช้างแอฟริกันจำนวนมหาศาลผ่านร้านค้าในประเทศไทย ซึ่งเป็นแรงหนุนวิกฤตลักลอบล่าช้าง และในวันนี้ WWF เริ่มงานรณรงค์ทั่วโลกเพื่อหยุดค้างา หยุดฆ่าช้าง เพื่อรวบรวมรายชื่อและยื่นคำร้องต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย ให้ห้ามการค้างาช้างและผลิตภัณฑ์จากงาช้างในประเทศไทยทุกรูปแบบ เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบล่าช้างป่าในแอฟริกา แม้ว่าการขายงาจากช้างแอฟริกัน จะเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย แต่สำหรับงาช้างในประเทศแล้ว สามารถขายได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นช่องโหว่ทางกฏหมายของไทย ที่เอื้อประโยชน์ต่อเครือข่ายอาชญากรรมในการลอบขนงาช้างเลือดจากแอฟริกามาขายในประเทศไทย

 

จันทน์ปาย องค์ศิริวิทยา ผู้จัดการงานรณรงค์ต่อต้านการค้าสัตว์ป่า WWF ประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการทางกฏหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการยับยั้งงาช้างแอฟริกาเข้าสู่ตลาดในประเทศไทย ทางเดียวที่จะป้องกัน ไม่ให้ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการลักลอบล่าช้าง คือการห้ามการค้างาช้างทุกรูปแบบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               “ตอนนี้ช้างแอฟริกันกำลังตกเป็นเหยื่อกลุ่มใหญ่ที่สุด มีความเป็นไปได้ ที่เหยื่อรายต่อไปจะเป็นช้างไทย นายกรัฐมนตรีสามารถยื่นมือเข้าช่วยในการยุติการสังหารได้ และเราเชื่อว่าคนไทยทุกคนพร้อมจะสนับสนุนการปกป้องสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำชาตินี้ไว้”

 

 

 

การลักลอบล่าช้างในแอฟริกาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ณ ขณะนี้ มีช้างแอฟริกานับหมื่นตัวถูกสังหารในแต่ละปีเพื่อเอางา มีการเปิดเผยข้อมูลเมื่อเดือนที่แล้วว่า อัตราการลักลอบค้างาช้างในระดับนานาชาติพุ่งสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา และประเทศไทย ก็เป็นตลาดค้างาช้างเถื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแรงขับสำคัญในเกิดการล่าและลักลอบค้างาช้าง

 

“รายงานระบบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการค้าช้าง ปี 2555 ระบุว่า กฏหมายของประเทศไทยที่อนุญาตให้มีการค้างาช้างบ้านใน ประเทศ ถูกใช้ประโยชน์ด้วยการนำผลิตภัณฑ์งาช้างแอฟริกัน มาสวมขายผ่านร้านค้าปลีกหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนไม่น้อยคงจะสยดสยอง หากทราบว่างานฝีมือจากงาช้างชิ้นเล็ก ๆ ที่แสดงอยู่ข้างผ้าไหมในร้านค้าในประเทศไทย มาจากการสังหารหมู่ช้างในแอฟริกา การซื้องาช้างกลับบ้านเป็นสิ่งผิดกฏหมาย และไม่ควรมีขายงาช้างในประเทศไทยอีกต่อไป” อลิซาเบธ แม็คเลลลัน ผู้จัดการโครงการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์ WWF สากล กล่าว

 

 

ระหว่างวันที่ 3-15 มีนาคม ผู้แทนรัฐบาลจาก 176 ประเทศ จะมาร่วมการประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือ CITES ที่กรุงเทพฯ เพื่อหารือในประเด็นการค้าสัตว์ป่า ในระดับโลก ซึ่งรวมถึงการลักลอบล่าช้างแอฟริกาที่กำลังเป็นวิกฤต WWF ขอเรียกร้องต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ใช้โอกาสนี้ ประกาศคำมั่นว่า ประเทศไทยจะห้ามการค้างาช้างในประเทศ WWF ยังเรียกร้องให้ประชาชนร่วมลงชื่อเพื่อหยุดค้างา หยุดฆ่าช้าง เพื่อร่วมเป็นกระบอกเสียงให้กับสัตว์ป่าที่เป็นสัญลักษณ์ประจำชาตินี้

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ