ชาวหัวไทรต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน แฉกฟผ.งุบงิบเก็บข้อมูลในพื้นที่ เทศบาลเปิดเวทีให้แจงกลับเบี้ยว

วันชัย พุทธทอง ศูนย์ข่าว TCIJ 13 เม.ย. 2556 | อ่านแล้ว 820 ครั้ง

 

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่12 เม ย. ที่บริเวณคลองแพรกเมือง อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ชาวบ้านจำนวนมากรวมตัวกันแถลงข่าวในนามเครือข่ายรักษ์บ้านเกิดลุ่มน้ำปากพนัง เพื่อยืนยันคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่า คนอ.หัวไทรต้องการโรงไฟฟ้า ซึ่งในความเป็นจริงเป็นความต้องการของคนเพียงไม่กี่คน ที่จะให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ไม่ใช่เป็นความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นายครองศักดิ์ แก้วสกุล เครือข่ายรักบ้านเกิดลุ่มน้ำปากพนัง กล่าวว่า วันนี้คนอ.หัวไทรต้องลุกขึ้นมาพูดความในใจ และยืนยันความต้องการที่แท้จริงของคนหัวไทร ซึ่งสืบเนื่องจากกรณีการให้สัมภาษณ์ของนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ที่ได้อ้างถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอหัวไทร และมติในที่ประชุมของชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอหัวไทร ได้ยื่นหนังสือโดยอ้างว่า ต้องการให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่อ.หัวไทร ทางเครือข่ายรักษ์บ้านเกิดลุ่มน้ำปากพนังและภาคีเครือข่ายรู้สึกวิตกกังวล และเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งต่อผลกระทบจากมลพิษของถ่านหิน และความขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่กับผู้นำท้องถิ่นบางส่วน จากกรณีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะเป็นโครงการที่ไม่สอดคล้องกับพื้นที่ และคนในพื้นที่ไม่ได้มีความต้องการให้ก่อสร้างแต่อย่างใด

 

ซึ่งอำเภอหัวไทรเป็นพื้นที่ ที่อยู่ในเขตลุ่มน้ำปากพนัง นับเป็นแหล่งผลิตอาหารหลักของชาวภาคใต้ พื้นที่ประกอบไปด้วยแหล่งปลูกข้าว อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำ กุ้ง หอย ปู ปลา ตลอดริมชายฝั่งทะเล มีการเลี้ยงกุ้ง สร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การกำหนดนโยบายจากรัฐให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าถ่านหิน และท่าเรือขนถ่ายถ่านหินขนาด 800 เมกกะวัตต์ ทางเครือข่ายฯได้ติดตามและเฝ้าระวังเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่ปี 2553 ใช้วิธีการเปิดเวทีให้ข้อมูลชาวบ้านในชุมชนสัญจรไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของอ.หัวไทร และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อยืนยันว่าคนในพื้นที่ไม่ต้องการโรงไฟฟ้าถ่านหิน

 

 

นายครองศักดิ์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ใช้วิธีการประชาสัมพันธ์โครงการโดยการแจกสิ่งของ และทำตัวแอบแฝงเข้ามาในเวทีทำแผนของหมู่บ้าน มีการหลอกล่อเพื่อเก็บรายชื่อชาวบ้าน จนทำให้เทศบาลตำบลเกาะเพชร ต้องเปิดเวทีเพื่อเชิญการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ นักวิชาการในมหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลประชาชนอย่างรอบด้านเพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมเวทีดังกล่าวโดยมีหนังสือตอบกลับมายังเทศบาลตำบลเกาะเพชรว่า ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไม่มีแผนที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในเขตพื้นที่อำเภอหัวไทร แต่แอบเข้ามาในพื้นที่เป็นระยะ จึงขอประกาศว่าให้กฟผ.หยุดการดำเนินการใดที่ขัดแย้งกับความต้องการของชุมชน

 

นายประเสริฐ คงสงค์ เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อ.หัวไทร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา รมว.พลังงานระบุว่าคนหัวไทรต้องการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ ศักดิ์ศรีชาวอ.หัวไทรและพี่น้องในเขตลุ่มน้ำปากพนัง เป็นการบังคับเชิงนโยบายเพื่อตอบสนองผลประโยชน์ของพ่อค้าถ่านหิน และนักการเมืองบางกลุ่มเท่านั้น

 

 

            “กฟผ.กำลังจับคนทั้งประเทศเป็นตัวประกัน โดยให้เหตุผลว่าไฟฟ้าจะไม่พอ ไฟฟ้าจะดับ ทั้ง ๆ ที่ศักยภาพการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเป็นพลังงานสะอาด ประเทศไทยมีหลายแหล่งเช่น พลังงานจาก แสงแดด ลม โดยเฉพาะพื้นที่อ.หัวไทร มีศักยภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม แต่กลับไม่มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดขึ้น อีกทั้งชาวอ.หัวไทรใช้ไฟฟ้าเพียงวันละไม่เกิน 8 เมกกะวัตต์ และทั้งจ.นครศรีธรรมราช ใช้ไฟฟ้า 320 เมกกะวัตต์ ซึ่งศักยภาพของโรงไฟฟ้าจากอ.ขนอมมีอยู่ถึงวันละ 840 เมกกะวัตต์ ซึ่งนับว่าเพียงพออยู่แล้ว” นายประเสริฐกล่าว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นายประเสริฐกล่าวต่อว่า ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมีเป้าหมายจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินถึง 2 แห่ง ในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช คือ อ.หัวไทร และ อ.ท่าศาลา กำลังการผลิตโรงละ 800 เมกกะวัตต์ต่อวัน จึงอยากถามว่า สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมถลุงเหล็ก ใช่หรือไม่ และขอประกาศว่าเราชาวอ.หัวไทร และคนลุ่มน้ำปากพนัง ไม่พร้อมที่จะแบกรับความเสี่ยงจากมลพิษของถ่านหิน และจะรักษาพื้นที่อันเป็นอู่ข้าวอู่น้ำนี้ไว้ให้ลูกหลาน จะทำทุกวิถีทางเพื่อจะปกป้องมันไว้ ทางเครือข่ายรักษ์บ้านเกิดลุ่มน้ำปากพนัง และภาคีเครือข่ายขอประกาศไปยังกฟผ. และรมว.พลังงานให้หยุดกระบวนการดำเนินการใด ๆ ที่นำไปสู่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินดังกล่าวทันที

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2556 ชมรมกำนันและผู้ใหญ่บ้าน อ.หัวไทร ได้ทำหนังสือบันทึกความร่วมมือ เรื่องการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนถ่านหิน ส่งถึงรมว.พลังงาน ด้วย

 

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ