วุฒิฯ115เสียงโหวตผ่าน ร่างพรบ.คุ้มครองผู้บริโภค

10 ก.ย. 2556

เมื่อวันที่ 9 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกวุฒิสภา เห็นชอบ (ร่าง) พ.ร.บ. องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... ด้วยคะแนน 115 เสียง ไม่เห็นชอบ (ไม่มี) งดออกเสียง 4 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง จากจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่ประชุม 120 คน อย่างไรก็ตามเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคคาดหวังว่า สภาผู้แทนราษฎรจะเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวด้วย หลังจากร่วมกับภาคประชาชนผลักดันมานานถึง 15 ปี

เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคร่วมกันผลักดันร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... นับตั้งแต่มีการกำหนดไว้ในมาตรา 57 ในรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2540 และมาตรา 61 ในปัจจุบัน เป็นการผลักดันต่อเนื่องมากว่า 15 ปี โดยมีประสบการณ์ในการหารายชื่อ 50,000  รายชื่อ และรวบรวม 12,208 รายชื่อ ในการเสนอกฎหมายฉบับนี้ รวมทั้งมีการรณรงค์ และการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมากมาย

ปัจจุบันกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบร่างกฎหมายที่มีการแก้ไขของวุฒิสภา ทำให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วมของสองสภาในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้  โดยในวันนี้วุฒิสภา เสียงข้างมาก 115 เสียงจาก 120 เสียง ได้เห็นชอบร่างพรบ.ฉบับนี้ ต่างมีความหวังว่า กฎหมายฉบับนี้เมื่อถูกส่งไปให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา จะได้รับการเห็นชอบเช่นเดียวกัน

หากทั้งสองสภาเห็นชอบจะมีการประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยสำนักนายกรัฐมนตรีต้องจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการสรรหา 9 คน ภายใน 30 วัน และคณะกรรมการสรรหาต้องจัดให้มีคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภายใน 180 วัน

สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ นับเป็นกฎหมายที่ทำให้ประชาชน สามารถมีส่วนร่วมในการคุ้มครองผู้บริโภค และทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นจริง มีสิทธิร้องเรียน ได้รับการการเยียวยาความเสียหาย และรวมทั้งมีสิทธิรวมตัวกันเพื่อพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค โดยกฎหมายมีหลักการและสาระสำคัญหลายประการ เช่น

1.ความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการจากหน่วยงานรัฐและธุรกิจเอกชน โดยมีการสนับสนุนงบประมาณขององค์การไว้ที่ 3 บาท ต่อหัวประชากร 2.ให้ความเห็นต่อหน่วยงานรัฐในการกำหนดนโยบายหรือมาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค 3.ตรวจสอบการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค 4.เปิดเผยรายชื่อสินค้าหรือบริการที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภคได้ 5.เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภค คณะกรรมการสามารถส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาดำเนินคดีได้ 6.สนับสนุนการใช้สิทธิร้องเรียนและการดำเนินคดีของของผู้บริโภคและองค์กรผู้บริโภค

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ