จวกศธ.ยุบรร.ขนาดเล็ก สพฐ.อ้างรร.เด็กต่ำ120

ทีมข่าวศูนย์ข่าว TCIJ 9 พ.ค. 2556 | อ่านแล้ว 428 ครั้ง

 

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ให้สำรวจโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อพิจารณายุบรวม ว่าเรื่องนี้พอไปตีความผิดก็ทำให้เกิดความไขว้เขว เพราะความจริงแล้วไม่ได้จะให้ยุบโรงเรียนขนาดเล็กที่มีอยู่ประมาณ 14,000 กว่าแห่งเลย เพียงแต่มีกลุ่มเป้าหมายโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน จำนวน 5,962 แห่งเท่านั้น และทางสพฐ.ได้ให้เขตพื้นที่การศึกษาที่มีโรงเรียนเหล่านี้ตั้งอยู่ต้องไปทำแผนบริหารจัดการให้ชัดเจนก่อน และจะต้องให้ผู้ปกครองนักเรียนมีความยินยอมด้วย ในการที่จะยุบรวมกับโรงเรียนใกล้เคียง

 

ทั้งนี้การยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นนโยบายการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่การทำเรื่องนี้จะเน้นประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียนเป็นหลัก โดยเฉพาะการที่เด็กจะต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจอย่าตระหนกในเรื่องนี้ เพราะการยุบรวมต้องดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน และต้องดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ

 

อย่างไรก็ตามวันเดียวกัน สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย ออกแถลงการณ์เรื่องการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กของภาครัฐ ระบุว่า นับตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการประกาศนโยบายการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศ เมื่อปี พ.ศ.2554 สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย พร้อมด้วยเครือข่ายโรงเรียนชุมชน (โรงเรียนขนาดเล็ก) ทั่วประเทศ ได้คัดค้านต่อนโยบายดังกล่าวโดยมีการจัดเวทีระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนับครั้งไม่ถ้วน รวมทั้งได้มีการยื่นจดหมายคัดค้านและเสนอแนวทางออกแก่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรมว.ศึกษาธิการ จนต่อมาได้เกิดแนวทางในการแก้ไขสถานการณ์โรงเรียนขนาดเล็กร่วมกัน โดย ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แถลงผ่านสื่อมวลชนว่า จะร่วมมือกับสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก โดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน เพื่อตอบโจทย์เรื่องคุณภาพของโรงเรียนขนาดเล็ก สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทยได้ดำเนินการตามแนวทางความร่วมมือดังกล่าว มีการจัดเวทีระดมความคิดเห็นจากเครือข่ายโรงเรียนชุมชนทั่วประเทศ พัฒนาจัดทำแผนทั้ง ในระดับพื้นที่ชุมชน พื้นที่จังหวัด และระดับชาติ จนเกิดเป็นแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กด้วยการปฏิรูปการจัดการศึกษาแนวใหม่

 

แถลงการณ์ระบุอีกว่า  แม้ต่อมาจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีทำให้มีการปรับเปลี่ยน รมว.ศึกษาธิการ อยู่หลายครั้งจนถึง นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา  รมว.ศึกษาธิการ คนปัจจุบัน หากแต่สภาการศึกษาทางเลือกก็ยังคง เคลื่อนไหวคัดค้านนโยบายการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง มีการยื่นจดหมายและเสนอ แผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กแก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มาโดยตลอด รวมทั้งได้เสนอขอให้เปลี่ยนจากการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก มาเป็นการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กให้เป็นโรงเรียนชุมชน ที่ชุมชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมบริหารโรงเรียน มีหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ มีการระดมทรัพยากรจากทุกฝ่ายมาสนับสนุน ด้วยหวังว่าจะนำมาสู่กระบวนการแก้ไขปญั หาอย่างมีส่วนร่วมตามแนวทางอันเป็นไป

 

ตามที่สพฐ.เคยได้แถลงต่อสื่อมวลชนไว้ระยะเวลา 2 ปีกว่าที่สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย เครือข่ายโรงเรียนชุมชนทั่วประเทศ และองค์กรด้านการศึกษาหลายแห่ง ได้ระดมสรรพกำลัง ระดมความคิดเห็น และเผยแพร่ผลงานของการปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กอย่างมีส่วนร่วม จากภาคประชาชนในระดับพื้นที่หลายแห่ง เช่น โรงเรียนบ้านกุดเสถียร จ.ยโสธร โรงเรียนบ้านท่าสะท้อน จ.นครศรีธรรมราช โรงเรียนบ้านดอนทราย จ.นครศรีธรรมราช โรงเรียนบ้านมอวาคี และ โรงเรียนบ้านห้วยหินลาดนอก จ.เชียงราย

 

อย่างไรก็ตามความหวังบนเส้นทางของกระบวนการดังกล่าวนี้ กำลังพังทลายในพริบตา เมื่อนายพงศ์เทพ ได้ประกาศยุบโรงเรียนขนาดเล็ก 17,000 โรง จากโรงเรียนทั้งหมด 30,000 โรง โดยละเลยและไม่ตระหนักถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพของเด็กนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กที่มี  2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่พ่อแม่อยากให้อยู่ใกล้บ้าน อยากให้อยู่ในชุมชน กับกลุ่มที่พ่อแม่ยากจนไม่สามารถส่งลูกไปที่อื่นได้ประกอบกับสามารถดูแลลูกได้สะดวกด้วย 2 ดังนั้นการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กจึงเป็นการสร้างความทุกข์ยากให้เกิดขึ้นกับพ่อแม่ผู้ปกครอง มากกว่าจะเป็นการสร้างสุข การยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก จึงสะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมและความเหลื่อมล้ำ

 

ทั้งนี้หากกระทรวงศึกษาธิการยังเดินหน้ายุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก 17,000 โรง โดยไม่รับฟัง แนวทางจากภาคประชาชน สภาการศึกษาทางเลือก จะประสานองค์กรด้านการศึกษาทั่วประเทศ จัดรณรงค์ครั้งใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการรวมศูนย์อำนาจการจัดการศึกษา ที่เป็นต้นตอสำคัญซึ่งทำให้เกิดวิกฤตครั้งนี้

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ