‘เนสท์เล่’แจงห่อคิทแคท เป็นตัวนำฉีกให้แกะง่าย

4 เม.ย. 2556

 

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ตัวแทนบริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เข้าพบ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พร้อมยื่นหนังสือชี้แจงการพบพลาสติกสีแดงในภัณฑ์ช็อกโกแล็ตนมสอดไส้เวเฟอร์ ตราเนสท์เล่คิทแคท ว่า พลาสติกสีแดงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นตัวนำฉีก เพื่อให้ผู้บริโภคฉีกบรรจุภัณฑ์ได้ง่าย พร้อมทั้งระบุว่าพลาสติกที่ปลอดภัย สัมผัสอาหารได้ ซึ่งได้ผ่านการรับรองจาก FDA (UK) ซึ่งไม่ใช่การปนเปื้อนเศษพลาสติกในเนื้อขนม ที่ปนเปื้อนพลาสติกจากการขึ้นรูปช็อคโกแล็ต เหมือนที่เกิดขึ้นในอังกฤษ และช็อกโกแล็ตในไทยก็นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย ไม่ได้นำเข้าจากยุโรป

 

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า พลาสติกที่พบในซอง ซึ่งทางตัวแทนได้ชี้แจงมาว่าเป็นตัวนำฉีกบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ง่ายนั้น ถึงแม้จะเป็นพลาสติกที่ไม่เป็นอันตรายและสัมผัสอาหารได้ แต่เมื่อช็อกโกแล็ต ละลายเส้นพลาสติกก็จะเข้าไปปนอยู่ในเนื้อช็อกโกแล็ต และอาจมีผู้บริโภคบางรายบริโภคเข้าไปก็จะเป็นอันตรายได้

 

 

            “เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ต้องเปลี่ยนรูปแบบแพ็คเก็ตบรรจุภัณฑ์ให้ปลอดภัย หากจะทำให้ฉีกง่ายต่อผู้บริโภค ก็ควรที่จะนำตัวนำฉีกมาไว้ด้านนอกไม่ให้สัมผัสกับอาหาร หากเปรียบเทียบกับซองบุหรี่ที่มีนำฉีกเช่นกันยังนำมาไว้ด้านนอกซอง และขอเรียกร้องให้บริษัทเนสท์เล่ตรวจสอบด้วยว่า นำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหาเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ รวมทั้งดูว่าบริษัทเนสท์เล่ที่มาเลเซีย นำผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหาส่งออกไปขายประเทศอื่นหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค” เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าว

 

 

นายพชร แกล้วกล้า ผู้ประสานงานโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งกลไกคุ้มครองผู้บริโภคความปลอดภัยด้านอาหารภาคประชาชน กล่าวว่า อีกหนึ่งประเด็นที่เห็นว่าควรจะปรับปรุงพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์คือ การแสดงฉลากอาหารแบบเร็วเป็นสีเดียว (Monochrome) ที่ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้กำหนดให้ต้องแสดงในกลุ่มขนมห้าชนิด (ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันทีบางชนิด (ฉบับที่ 2) โดยที่หนึ่งในห้านั้นคือ กลุ่มเวเฟอร์สอดไส้ ซึ่ง คิทแคท ก็เข้าข่าย ขนมกลุ่มนี้ แต่บนบรรจุภัณฑ์กลับไม่มีการแสดงฉลากนี้อย่างถูกต้องโดยมีเพียงการระบุ ปริมาณพลังงานเท่านั้น

 

            “ทางเนสท์เล่น่าจะได้มีการปรับปรุงเรื่องนี้ และเมื่อจะมีการปรับปรุงการแสดงฉลากโภชนาการแล้ว จึงขอเสนอเพิ่มเติมให้ทางบริษัท ดำเนินการติดฉลากโภชนาการ แบบสีสัญญาณไฟจราจร แบบเดียวกับบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศอังกฤษ นำร่องโดยสมัครใจให้เป็นตัวอย่างกับบริษัทอื่น ๆ และอย. ไปในคราวเดียวกัน” นายพชรกล่าว

 

 

ด้านตัวแทนบริษัทเนสท์เล่ รับปากจะนำเรื่องที่ร่วมหารือกันและรับข้อเสนอไปคุยกับทางทีมงาน เพื่อพัฒนาและปรับปรุงให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และจะส่งหนังสือมาถึงมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคอีกครั้ง

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ