จี้ออกกฎห้ามติดโลโก้บุหรี่บนสินค้า หวั่นกระตุ้นเพิ่มนักสูบหน้าใหม่

ชุลีพร บุตรโคตร ศูนย์ข่าว TCIJ 31 ก.ค. 2555 | อ่านแล้ว 663 ครั้ง

 

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่โรงแรมสยามซิตี้ น.พ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย และประธานรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก 2550- 2551 กล่าวในงานแถลงข่าว สิ่งของเพื่อส่งเสริมบุหรี่ มีขายเกลื่อนกรุง หวั่นเด็กไทยเป็นนักสูบเพิ่ม ว่า จากการติดตามสถานการณ์การบริโภคยาสูบของคนไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มมีการออกกฎหมายและทำงานรณรงค์อย่างเต็มที่ ทำให้อัตราการสูบบุหรี่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่พบว่า หลังจากปี 2550 สถานการณ์การบริโภคยาสูบเริ่มทรงตัว และพบอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-18 ปี พบว่า กลุ่มอายุ 15-18 ปี จากปี 2544 อยู่ที่ 6.44 เปอร์เซนต์ เพิ่มเป็น 7.62 เปอร์เซนต์ ในปี 2552 และกลุ่มอายุ 19-24 ปี จากปี 2547 อยู่ที่ 20.9 เปอร์เซนต์ เพิ่มขึ้นเป็น 22.1 เปอร์เซนต์ ในปี 2552 ทั้งนี้ พบว่าปัจจัยที่เป็นสาเหตุทำให้อัตราการสูบบุหรี่ในเยาวชนเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการจำหน่ายจ่ายแจกสิ่งของต่างๆ ที่มีสัญลักษณ์ของตราสินค้าบุหรี่ (cigarette promoting items : CPI)เช่น ไฟแช็ค เสื้อ หมวก ฯลฯ ซึ่งมีทั้งแบบบริษัทผู้ผลิตบุหรี่ทำแจกให้ร้านค้าปลีกและ ผู้ขายสินค้าอื่นๆ นำตราสินค้าบุหรี่ไปใส่ในผลิตภัณฑ์อย่างไม่รู้เท่าทัน

 

 

 

 

งานวิจัยจากองค์การอนามัยโลกซึ่งได้พิสูจน์เกี่ยวกับสินค้าประเภท CPI พบว่า หากเด็ก เยาวชน ซื้อหรือมีสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ของยี่ห้อบุหรี่ไว้ในครอบครองจะมีแนวโน้มเป็นนักสูบหน้าใหม่ มากกว่าเด็กและเยาวชนที่ไม่มีสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ของยี่ห้อบุหรี่ ทำให้หลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ออกกฎห้ามมิให้มีการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ของบุหรี่อย่างสิ้นเชิง โดยประเทศไทยมีกฎหมายที่ครอบคลุมเรื่องดังกล่าว แต่ขาดการบังคับใช้ซึ่งจำเป็นต้องเตือนพ่อค้า แม่ค้า ที่จำหน่ายและผลิตสินค้าต่างๆแต่นำตราสัญลักษณ์ของบริษัทบุหรี่มาใช้ว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายด้วย น.พ.หทัย  กล่าว

 

ด้าน รศ.ดร. วันเพ็ญ  แก้วปาน นักวิจัยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) มหาวิทยาลัยมหิดล สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงผลการวิจัย เรื่อง สิ่งของที่ส่งเสริมการขายบุหรี่ ว่า คณะวิจัยได้ทำการวิจัยเชิงสำรวจสิ่งของที่มีตราผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่วางจำหน่ายในเขตกรุงเทพมหานคร ระหว่างเดือนม.ค.  ก.พ.2554  บริเวณร้านค้า หาบเร่แผงลอย ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าทั่วไป รวม 15 จุดได้แก่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ประตูน้ำ สยาม-มาบุญครอง สีลม สุขุมวิท จตุจักร ถนนข้าวสาร คิงพาวเวอร์ เซ็นทรัล สำเพ็ง คลองถม เยาวราช เขตบางแค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และสะพานพุทธ พบสินค้าที่มีตราผลิตภัณฑ์ยาสูบมี 9 ชนิด คือ  เสื้อยืด ที่จุดบุหรี่ กล่องใส่บุหรี่ หมวกสติ๊กเกอร์ เสื้อแจ๊คเก็ต พวงกุญแจ แผ่นแม่เหล็ก แม็กเนท และ 3D puzzle โดยเป็นสินค้าประเภทที่ไม่ได้ทำโดยบริษัทผู้ผลิตยาสูบโดยสินค้าที่พบมากที่สุดคือที่จุดบุหรี่ และกล่องใส่บุหรี่ และตราสัญลักษณ์ที่พบเป็นบุหรี่นำเข้าจากต่างประเทศโดยพวงกุญแจ และแม็กเนทเป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศมาเลเซีย

 

จากการสัมภาษณ์ผู้ขายพบว่าส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าสินค้าส่งเสริมบุหรี่เหล่านี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์เพื่อการโฆษณาส่งเสริมการขายที่บริษัทผู้ผลิตยาสูบ เป็นผู้ผลิตและนำมาแจกจ่ายให้แก่ผู้ค้าปลีกซึ่งมีอยู่กว่า 500,000 ร้านทั่วประเทศด้วย เช่น นาฬิกา ติดผนังร้านซึ่งส่วนใหญ่จะติดอยู่ในร้านค้าปลีกและง่ายต่อการที่ผู้บริโภคจะมองเห็น รศ.ดร.วันเพ็ญกล่าว

 

 

ด้านรศ.ดร. เนาวรัตน์  เจริญค้า คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มาตรการควบคุมสิ่งของเพื่อการส่งเสริมการขายบุหรี่ สามารถทำได้ คือ 1.ให้ความรู้แก่ผู้ขาย และปราบปรามด้วยการใช้กฎหมายเนื่องจากผู้ขายไม่ทราบว่าสินค้าของตนผิดกฎหมาย 2.การบังคับใช้กฎหมายโดยตรวจตราและตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร และ 3.การจับกุมและปรับ ตามความผิด พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 มาตรา 8 มีโทษสูงสุดคือ ปรับไม่เกินสองแสนบาท

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ