คนบางสะพานกระทุ้งกนอ. เลิกสัญญา 'เครือสหวิริยา'

ทีมข่าว ศูนย์ข่าว TCIJ 31 ต.ค. 2555

 

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านอ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 100 คน เดินทางไปชุมนุมที่หน้าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อเรียกร้องให้ กนอ. ยกเลิกการร่วมดำเนินงานกับบริษัท ประจวบพัฒนา ดีเวลอปเมนท์ จำกัด ในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเหล็กบางสะพาน

ดำเนินการกับบริษัท ประจวบพัฒนา ดีเวลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือสหวิริยา ในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเหล็กบางสะพาน บนพื้นที่ที่มีปัญหา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2551 ทาง กนอ. ได้ตกลงร่วมดำเนินการกับบริษัท ประจวบพัฒนา ดีเวลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือสหวิริยา ในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเหล็กบางสะพาน บนที่ 6,404 ไร่ ในอ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ได้ชะลอการประกาศเป็นเขตอุตสาหกรรมไว้ก่อน เนื่องจากทางบริษัท ประจวบพัฒนาฯ ยังไม่ได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ทั้งยังมีปัญหาเรื่องที่ดินอีกหลายแปลง ทางกนอ.จึงได้เสนอคณะกรรมการกนอ. ทบทวนการดำเนินโครงการนิคมอุตสาหกรรมเหล็กบางสะพาน โดยให้กันพื้นที่ส่วนที่มีปัญหาออกจากสัญญาร่วมดำเนินงานไปก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจน ซึ่งพื้นที่ที่กันออกนั้นมีเนื้อที่รวมประมาณ 1,997 ไร่

 

ขณะที่ชาวบ้านที่เดินทางมาจากอ.บางสะพาน นำโดยนางจินตนา แก้วขาว แกนนำกลุ่มอนุรักษ์บ้านกรูด มีข้อเรียกร้องให้ กนอ. ยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว กับบริษัทในเครือสหวิริยา เพราะเห็นว่าบริษัทในเครือสหวิริยาทำผิดสัญญากับกนอ. และกระทำการที่ขัดกับกฎหมายของการนิคมฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถอยไปเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2555 บริษัทในเครือสหวิริยาได้ทำหนังสือเลขที่ ปพ. 014/2555 ส่งไปยัง กนอ. เพื่อของดชำระเงินค่ากำกับการบริการตามสัญญาร่วมดำเนินงาน ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการ กนอ. ครั้งที่ 10/2553 วันที่ 29 กันยายน 2553 มีมติให้ขยายระยะเวลาการชำระค่ากำกับการบริการโครงการ ฯ ออกไปอีก 2 ปี กระทั่งระยะเวลาล่วงเลยมา ทางกนอ.จึงมีหนังสือให้บริษัทในเครือสหวิริยา ชำระเงินมูลค่า 2,077,230.76 บาท ภายในวันที่ 30 เมษายน 2555 แต่ทางบริษัทในเครือสหวิริยาได้ทำหนังสือเลขที่ ปพ. 003/2555 ลงวันที่ 18 เมษายน 2555 เพื่อขอผ่อนผันออกไปอีกจนกว่าจะเปิดดำเนินการได้ กนอ.จึงทำหนังสือทวงให้ชำระหนี้อีกครั้งพร้อมดอกเบี้ย เนื่องจากบริษัทในเครือสหวิริยาผิดนัดชำระหนี้หลายครั้งแล้ว

 

ภายหลังบริษัทในเครือสหวิริยาได้ทำหนังสือที่ ปพ. 015/2555 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2555 เพื่อขอผ่อนผันค่ากำกับบริการตามสัญญาร่วมดำเนินงานอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐ เช่น การประกาศพื้นที่ชุ่มน้ำป่าพรุแม่รำพึง การปรับปรุงผังเมืองชุมชนบางสะพาน หรือการประกาศเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมบริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ส่วนขยาย)

 

ชาวบ้านบางสะพานเห็นว่า ข้อกล่าวอ้างของทางบริษัทในเครือสหวิริยาไม่เป็นความจริง เนื่องจากบริษัททราบดีอยู่แล้วว่า พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นป่าดั้งเดิมของชุมชนอายุกว่า 200 ปี อีกทั้งการประกาศเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมบริเวณชายฝั่งทะเล จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ส่วนขยาย) ก็เป็นส่วนต่อขยายมาจากจ.เพชรบุรี ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วและจะมีการประกาศเพิ่มเติม จนถึงอ.บางสะพานน้อย ก็เป็นแผนเดิมตั้งแต่ปี 2547-2553 ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ประการใด

 

เหตุผลที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ บริษัทในเครือสหวิริยากระทำการขัดต่อพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 มาตรา 40 ที่ระบุว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

‘ห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อที่มีอักษรไทยประกอบหรืออักษรต่างประเทศซึ่งแปลหรืออ่านว่า นิคมอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรมทั่วไป หรือ เขตประกอบเสรี ในดวงตรา ป้ายชื่อ จดหมาย ใบแจ้งความ หรือเอกสารอย่างอื่นเกี่ยวกับธุรกิจ โดยมิได้เป็นนิคมอุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัตินี้’

 

 

เนื่องจากที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน บริษัทในเครือสหวิริยา ยังคงมีการอ้างชื่อ ‘นิคมอุตสาหกรรมเหล็กบางสะพาน’ เผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ ซึ่งทางกนอ.ก็ทราบเรื่องนี้และได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปแล้ว

 

เหตุผลเหล่านี้ ทางชาวบ้านบางสะพานจึงเห็นว่า สมเหตุสมผลที่ทางกนอ.จะยกเลิกสัญญาร่วมดำเนินการกับบริษัทในเครือสหวิริยา

 

โดยในช่วงเวลาประมาณ 10.30 น. คณะกรรมการ กนอ. ประกอบด้วยนายวิฑูรย์  สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานบอร์ด นางสร้อยทิพย์  ไตรสุทธิ์ พล.อ.ธวัชชัย  สมุทรสาคร นายสมหมาย  โค้วคชาภรณ์ และนายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่า กนอ. ได้ให้ตัวแทนชาวบ้านเข้าชี้แจง และร่วมปรึกษาหารือ โดยนางจินตนาและตัวแทนชาวบ้าน ได้ชี้แจงข้อมูลผลกระทบทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นแล้วและจะเกิดขึ้นในพื้นที่ หากมีการก่อสร้างโรงถลุงเหล็ก รวมไปถึงความไม่ชอบมาพากลต่าง ๆ เกี่ยวกับการถือครองที่ดินของทางบริษัทในเครือสหวิริยา และเหตุผลต่าง ๆ เพื่อขอให้ กนอ. มีมติยกเลิกสัญญา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภายหลังฟังการชี้แจง นายวิฑูรย์กล่าวว่า ทางกนอ.คำนึงสิทธิและความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวบ้านอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้นำเรื่องนี้เข้าพิจารณาในบอร์ดกนอ.ก่อน แล้วจึงจะมีมติออกมา เพราะหากจะให้มีมติเลยอาจจะเป็นการไม่รอบคอบ ซึ่งด้านนางจินตนากล่าวแสดงความเห็นในที่ประชุมว่า เมื่อทุกวันนี้ เรารู้กันแล้วว่า เกิดการทำผิดสัญญา มีการได้มาซึ่งที่ดินโดยมิชอบ มาเสนอแนบท้ายสัญญา ทำไมจึงตัดสินใจไม่ได้

 

เมื่อบรรยากาศในที่ประชุมเริ่มตึงเครียด นายสมหมายกล่าวว่า ข้อมูลเหล่านี้ทางบอร์ดกนอ. ไม่เคยรับทราบมาก่อน และเพิ่งได้รับทราบวันนี้ แต่ยังมีกรรมการอีกหลายคนที่ยังไม่ทราบ จึงต้องนำข้อมูลที่ชาวบ้านชี้แจงให้กรรมการคนอื่น ๆ ได้รับทราบเสียก่อน โดยทางคณะกรรมการกนอ. จะพิจารณาเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นเร็วที่สุด ส่วนกรณีที่บริษัทในเครือสหวิริยานำชื่อการนิคมฯ ไปใช้นั้น ทางฝ่ายกฎหมายของ กนอ. กำลังจะฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป

 

สุดท้าย ที่ประชุมบอร์ด กนอ. จึงยุติการประชุมโดยมิได้มีการยกเลิกสัญญาตามที่ชาวบ้านเรียกร้องแต่อย่างใด

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ