เวทีประชาชนอาเซียนหวิดล่ม กัมพูชาขวางจัดเวทีคู่ขนาน

อารีด้า สาเม๊าะ โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ) 31 มี.ค. 2555


 

เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่โรงแรมลักกี้ สตาร์ โฮเตล กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา มีการจัดเวทีอาเซียนภาคประชาชนครั้งที่ 8 “เปลี่ยนอาเซียนไปสู่ประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” โดยมีตัวแทนภาคประชาชนและภาคประชาสังคมเข้าร่วมกว่า 1,000 คน โดยเวทีเริ่มต้นด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ของโรงแรมเข้ามารื้อถอนป้ายนิทรรศการ เนื่องจากทางโรงแรมถูกกดดันไม่ให้มีการจัดเวทีดังกล่าว เพราะรัฐบาลกัมพูชาไม่พอใจที่มีการจัดเวทีของภาคประชาชน เพื่อเตรียมจัดเวทีคู่ขนานกับการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ

เวลา 13.50 น. ดร.เจมส์ โกเมซ ผู้อำนวยการองค์กรสิงคโปร์เพื่อประชาธิปไตย (Singaporeans for Democracy: SFD) เสนอในเวทีอภิปรายหัวข้อ “อาเซียนวันนี้และอนาคต 2015” ให้มีการเพิ่มประเด็นสิ่งแวดล้อม เป็นเสาหลักที่ 4 ของอาเซียน จากเดิมที่มี 3 เสาหลัก คือ ความมั่นคง เศรษฐกิจ และประชาคมและวัฒนธรรม เหตุผลเนื่องจากอาเซียนกำลังเผชิญภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ และพลังงานนิวเคลียร์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นที่ไม่ได้รับการตอบรับจากประเทศสมาชิกของอาเซียนเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่เป็นประเด็นใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังถูกคุกคามจากปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสภาวะโลกร้อนที่ประเทศทั้ง 10 ของอาเซียนเอง ต่างได้รับผลกระทบจากปัญหานี้อยู่มาก

ดร.เจมส์มองว่า ภาคประชาสังคมเป็นหน่วยใหญ่ของสังคม ที่มีพลังในฐานะตัวแทนประชาชน และมีพลังของความหลากหลายรวมอยู่ในตัว การเรียกร้องผ่านประชาสังคมจะส่งผลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลอาเซียนอย่างมาก

จากนั้นมีการอภิปรายประเด็น “เข้าใจกับกัมพูชาในวันนี้” มีผู้ร่วมอภิปราย 3 คน ได้แก่ Dr.Meas Nee ผู้อำนวยการ Village Focus, Mr.Ou Virak ประธานศูนย์สิทธิมนุษยชนกัมพูชา (Cambodia Center of Human Rights) และ Ms.Kein Sereyphal ประธาน CWCC Board of Director

ระหว่างเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแสดงความเห็น อดีตพนักงานสาวของโรงงานแห่งหนึ่งในกัมพูชา ลุกขึ้นเรียกร้องให้ภาคประชาสังคมของประเทศสมาชิกอาเซียน ร่วมกันกดดันให้รัฐบาลกัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ แก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงและปัญหาอื่นๆ ของประเทศ

เธอกล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลกัมพูชาใช้กฎหมายกดดันคนจน ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายประการในกัมพูชา รัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหาเท่าที่ควร ภาคประชาสังคมจึงควรผลักดันเรื่องนี้เข้าไปในเวทีระดับอาเซียน เพื่อให้กดดันรัฐบาลกัมพูชาอีกทางหนึ่งด้วย

ตัวแทนภาคประชาสังคมจากประเทศฟิลิปปินส์เสนอว่า น่าจะกดดันเรื่องนี้ โดยการท้วงติงถึงสถานทูตกัมพูชา ประจำประเทศสมาชิกอาเซียน ภาคประชาสังคมไม่ยอมรับเวทีอาเซียนภาคประชาชน ที่รัฐบาลกัมพูชาจัดขึ้น เนื่องจากไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชนที่แท้จริง ซึ่งเวทีอาเซียนภาคประชาชนดังกล่าว เป็นเวทีพูดคุยระหว่างภาคประชาชนกับผู้นำสูงสุดของประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะมีขึ้นในวันแรกของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN SUMMIT) ของทุกปี

ตัวแทนภาคประชาสังคมจากประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวอีกว่า อาจจะมีการประท้วงไม่ยอมรับเวทีอาเซียนภาคประชาชนที่รัฐบาลตั้ง เนื่องจากตัวแทนภาคประชาชนที่เข้าร่วมเวทีนี้ ภาคประชาชนไม่ได้ร่วมเลือกส่วนใหญ่การเลือกตัวแทนเข้าพบรัฐบาลประเทศสมาชิกอาเซียนในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน จะมีขึ้นในวันแรกของการประชุมอาเซียนภาคประชาชน หรือเวทีคู่ขนานของอาเซียน (ACSC) ของทุกปี แต่ปีนี้รัฐบาลของทั้ง 10 ประเทศ ได้เลือกตัวแทนเข้าร่วมประชุมกับผู้นำ ก่อนการจัดเวทีคู่ขนานเสียอีก

สำหรับเวทีอาเซียนภาคประชาชนประจำปี 2555 “เปลี่ยนอาเซียนไปสู่ประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” มีขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 มี.ค. ที่โรงแรมลัคกี้สตาร์ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยในวันที่ 30 มี.ค.มีการทำประชุมปฏิบัติการเพื่อกำหนดประเด็นและจัดทำข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลอาเซียน รวมประมาณ 16 ประเด็น เช่น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิทธิในที่ดิน ชนกลุ่มน้อยและ สิทธิของกลุ่มหลากหลายทางเพศ สิทธิผู้หญิง เด็กและเยาวชน กลุ่มผู้พิการ เสรีภาพประชาชน ธรรมาภิบาลและนิติรัฐ ประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง การอพยพและแรงงานข้ามชาติ ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ การเกษตรกรรม ความยุติธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม สิทธิแรงงาน สันติภาพและความมั่นคง การศึกษา และ สาธารณสุข

วันที่  31 มี.ค.มีการออกแถลงการณ์ และกำหนดกลไกการติดตามและตรวจสอบหลังจากการออกแถลงการณ์ของการประชุมภาคประชาสังคมอาเซียน และมีกำหนดการพูดคุยกับเลขาธิการอาเซียนหรือผู้ดำรงตำแหน่งในอาเซียนอื่นๆ

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ