นายกฯโอนเงินตั้งกองทุนสตรี ยกเลิกรับสมาชิก-ทุกคนมีสิทธิเท่ากัน

30 ก.ค. 2555 | อ่านแล้ว 403 ครั้ง

 

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่โรงแรมทองทารินทร์ จ.สุรินทร์ น.ส.ศันสนีย์  นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับผู้แทนเครือข่ายองค์กรสตรี ประกอบด้วย ดร.สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล ผู้แทนจากเครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉม นางสุนันท์ ดวงจันทร์  ผู้แทนจากสมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย  นางฉลอง กล้าหาญ ผู้แทนจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยชาวนา และนางลาวัณย์ งามชื่น ผู้แทนเครือข่ายสตรีสี่ภาค ภาคอีสาน ร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนกองทุน โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึง การประชุมเชิงปฏิบัติการ การบรูณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2555 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล  ภาครัฐร่วมกับ เครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทย และเครือข่ายผู้หญิง 4 ภาค เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเครือข่ายสตรี เกี่ยวกับการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามนโยบายรัฐ  โดยการประชุมเห็นร่วมกันในประเด็นต่างๆ ดังนี้

 

1.การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภายใต้คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาตินั้น นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ จะแต่งตั้ง “ผู้ทรงคุณวุฒิ” 5 คน จากผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการทำประโยชน์เพื่อสังคม ผู้มีความรู้ ผู้มีประสบการณ์ในการส่งเสริมโอกาส การคุ้มครองสตรีและความเสมอภาคระหว่างเพศ

 

2.การแต่งตั้งที่ปรึกษาภายใต้คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ จะแต่งตั้ง “ที่ปรึกษา” จากผู้มีความรู้ ผู้มีประสบการณ์ในการส่งเสริมโอกาส การคุ้มครองสตรีและความเสมอภาคระหว่างเพศ

 

3.การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุน คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ จะแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนที่กำหนดจำนวน ไม่เกิน 10 คน ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พ.ศ. 2555 ข้อ 20 จำนวน 5 คน จากบัญชีรายชื่อเสนอชื่อที่เครือข่ายองค์กรสตรีสตรีภาคประชาชน เสนอ

 

4.เมื่อประกาศรายชื่อ “คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ” แล้ว จะมีการดำเนินการแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พ.ศ.2555 โดยให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาประเด็นต่างๆ เช่น 1.ยกเลิกการรับสมาชิกและให้เป็น “กองทุนเปิด” ที่ผู้หญิงสามารถเข้าถึงการใช้สิทธิในกองทุนได้ทั่วถึงเท่าเทียมกัน 2.แก้ไขคุณสมบัติของผู้ที่สามารถ ขอรับสิทธิจากกองทุน

 

3.ทบทวนวัตถุประสงค์ของการใช้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 4 ข้อ คือ 1) เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมในการพัฒนาบทบาทสตรี 2) เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาศักยภาพสตรีและเครือข่ายสตรี 3) เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการสนับสนุนโครงการ ในการแก้ปัญหาและพัฒนาสตรี 4) เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำ หรือปลอดดอกเบี้ย ในการสร้างโอกาสให้สตรีเข้าถึงแหล่งเงินทุน

 

5.ทบทวนแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พ.ศ. 2555 ข้อ 37, 38, 39  และ 40 ให้สามารถดำเนินการสอดคล้องกับดำเนินกิจกรรม เพื่อการพัฒนาบทบาทสตรี

 

ทั้งนี้ รัฐบาลจะดำเนินการในกระบวนการนิติบัญญัติเพื่อ แก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พ.ศ. 2555 ภายใน 2 ปี นับตั้งแต่มีคณะกรรมการองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ

 

นอกจากนี้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมในพิธีโอนเงินอย่างเป็นทางการ โดยมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 ณ อิมแพค เมืองทองธานี

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ