ร้อง‘ศาลฎีกา’ยุติทุเลาบังคับคดีสวนปาล์มสุราษฎร์ฯ      จี้ถามนายกฯ9กรณีปัญหาทั่วประเทศไปถึงไหน

25 ธ.ค. 2555


 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ธันวาคม ชาวบ้านสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือพีมูฟ และเครือข่ายจากทั่วประเทศ อาทิ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด เครือข่ายสลัม 4 ภาค เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ จำนวนกว่า 500 คน เคลื่อนขบวนจากทำเนียบรัฐบาลผ่านถนนราชดำเนินไปยังศาลฎีกา บริเวณท้องสนามหลวง เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกการขอทุเลาบังคับคดีชั่วคราวคุ้มครองผลประโยชน์ของบริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา จำกัด ในพื้นที่ชุมชนคลองไทร หลังเกิดเหตุการณ์ความรุ่นแรงในพื้นที่จนทำให้สมาชิกชุมชนเสียชีวิต 2 คน

 

 

นายสุรพล สงฆ์รักษ์ ผู้ประสานงานสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) กล่าวว่า สมาชิกชุมชนมีความเห็นร่วมกันว่ากระบวนการยุติธรรมที่มีล่าช้าเป็นสาเหตุสำคัญของความสูญเสียที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาชาวบ้านต่อสู้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของ ส.ป.ก.และต้องการให้นำมาจัดสรรให้ชาวบ้านซึ่งเป็นเกษตรกรไร้ที่ดินได้อาศัยทำอยู่ทำกิน จนกระทั้งเข้าสู่กระบวนการของศาล ซึ่งทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินแล้วว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของ ส.ป.ก.แต่ถึงปัจจุบันก็ยังไม่อาจนำมาจัดสรรได้ เนื่องจากบริษัทใช้ช่องทางขอทุเลาบังคับคดีชั่วคราว

 

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เหตุการณ์ที่นางปราณี บุญรักษ์ อายุ 52 ปี และนางมณฑา ชูแก้ว อายุ 50 ปี ชาวบ้านชุมชนคลองไทรพัฒนา สมาชิก สกต.ถูกลอบยิงด้วยอาวุธสงครามจนเสียชีวิต ในพื้นที่ชุมชนซึ่งมีกรณีพิพาทกับสวนปาล์มของ บริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา จำกัด หมู่ 2 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 คดียังไม่มีความคืบหน้า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงว่าเนื่องจากคนร้ายอยู่นอกพื้นที่ ประกอบกับไม่มีพยานบุคคล จึงยากแก่การสืบสวนคดีอีกทั้ง ก่อนหน้านี้ก็มีกรณียิงนายสมพร พัฒนภูมิ สมาชิกชุมชนบ้านคลองไทรพัฒนาเสียชีวิตในปี พ.ศ.2553 ซึ่งคดีก็ไม่มีความคืบหน้า

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนพีมูจากทั่วประเทศเดินทางมาชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอเปิดเจรจาแก้ไขปัญหาดังกล่าว และกรณีปัญหาอื่นๆ ของเครือข่าย รวมทั้งเร่งรัดให้มีการส่งมอบพื้นที่จัดทำเป็นโฉนดชุมชนโดยเร็ว โดยได้เข้าร่วมประชุมกับนายสุพร อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับปากจะทำหนังสือเสนอต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เร่งรัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากส่วนกลางเข้าไปรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ตามข้อเรียกร้องของชาวบ้าน พร้อมติดตามค่าชดเชยเยียวยาผู้เสียชีวิตที่ผ่านมาจากกรมคุ้มครองสิทธิฯ ให้เร็วที่สุด

 

 

 

จากนั้นในช่วงบ่ายวันที่ 24 ธันวาคม 2555 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน (ปจช.) เพื่อพิจารณากรอบวาระต่างๆ รวมถึงการหาทางแก้ไขเร่งด่วนกรณีชาวบ้านชุมชนคลองไทรพัฒนาถูกลอบยิงเสียชีวิต 2 ราย โดยขอให้มีการคุ้มครองชุมชนและชาวบ้านให้เกิดความปลอดภัย และขอให้มีบันทึกข้อตกลง MOU ในการส่งมอบพื้นที่ในชุมชนคลองไทร จำนวน 1,051 ไร่ ให้ ส.ป.ก.ดำเนินการจัดสรร

 

ร.ต.อ.เฉลิม มอบหมายให้ พล.ต.ต.จรัญ ชิตะปัญญา ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี รับเรื่องหาทางออกกับชาวบ้าน พร้อมรับปากจะประสานงานกับกองบังคับการปราบปรามเพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่คุ้มครองชีวิตและทรัพย์ชาวบ้านภายใน 1 สัปดาห์ แต่กรณีให้เร่งรัดศาลฎีกายุติการคุ้มครองบังคับคดีชั่วคราวนั้น รัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหาร ไม่อยู่ในสถานะกระทำได้ ส่วนการเดินหน้านโยบายโฉนดชุมชนต่อเนื่องจากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์นั้นจะมีการดำเนินการแน่นอน แต่ขณะนี้ร่างระเบียบปรับเปลี่ยนชื่อนโยบายยังไม่ชัดเจน อีกทั้งปจช.ยังมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุด ประกอบด้วยภาคเหนือ อีสาน กลางและใต้ ประกอบด้วยตัวแทนภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมแก้ไขปัญหา

 

นอกจากนั้น ในการประชุมยังมีการพูดคุยถึงกรณีเร่งด่วนเรื่องการขับไล่ชาวบ้านในชุมชนหลังศาลเจ้าพ่อทัพ ต.สำโรงกลาง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยชุมชนดังกล่าวมีสมาชิกประมาณ 170 ครัวเรือน ซึ่งไม่ทราบว่าเจ้าของที่ดินเป็นใคร แต่ต่อมาได้มีการขายที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งชุมชนให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งและได้มีการไล่ที่ให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่ในเวลา 1 เดือน อย่างไรก็ตามชาวบ้านยินยอมที่จะออกจากพื้นที่ แต่ขอเวลาในการหาที่อาศัยใหม่ และต้องการให้รัฐบาลเป็นตัวกลางในการเจราจากับบริษัทเจ้าของที่ดินเพราะก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีการเจรจากัน และขณะนี้ได้มีการจับกุมชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวในข้อหาบุกรุกพื้นที่แล้ว

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พีมูฟยังได้มีการประสานขอพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อทวงถามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา หลังจากที่ตัวแทนพีมูฟได้เข้าหารือกับนายกรัฐมนตรีฯ ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2555 ตามข้อเรียกร้อง 9 กรณี ประกอบด้วย 1.การปรับปรุงกลไกแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม 2.การดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดิน ในรูปแบบโฉนดชุมชน 3.การจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์กรมหาชน) 4.กรณีโครงการนำร่องธนาคารที่ดินภาคเหนือ 5 หมู่บ้าน 5.กรณีสินเชื่อบ้านที่อยู่อาศัย (โครงการบ้านมั่นคง) 6.กรณีคนไร้บ้าน 7.กรณีการจัดทำเขตวัฒนธรรมพิเศษ (ชาวเลราไวย์) 8.กรณีปัญหาเขื่อนปากมูล และ 9.กรณีเครือข่ายสิทธิสถานะบุคคล และกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าชีวมวล ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 โดยเรียกร้องให้นายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: