‘เจาะลึกพนันบอล 8’ จวกสื่อไทยกระตุ้นพนันบอล เสนอข่าว-วิเคราะห์เกมเกลื่อน ชี้เป็นแหล่งผลประโยชน์-ฟอกเงิน

ทีมข่าว ศูนย์ข่าว TCIJ 22 ก.พ. 2555 | อ่านแล้ว 1083 ครั้ง

 

อเมริกาเหนือใช้ออนไลน์เล่นพนันมากขึ้น

 

เว็บไซต์ www.wmsactivegamblerprofile.com  ซึ่งเป็นเว็บไซต์ ที่เปิดให้บริการข้อมูลด้านวิชาการสำหรับผู้ประกอบการด้านการพนัน  เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ในเชิงการตลาดเรียกลูกค้าเข้ามาร่วมจับจ่ายใช้สอยในคาสิโนของตัวเอง ได้สำรวจเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักพนันในทวีปอเมริกาเหนือที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยใช้เวลา 3 ปี คือ ตั้งแต่ปี 2552-2554 ในการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 3,800 คน ใน 3 ประเทศได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และแมกซิโก ครอบคลุมถึงรูปแบบการใช้ชีวิต นิสัย และแนวโน้มการใช้เวลาว่าง พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันสื่อออนไลน์เข้ามาบทบาทสำคัญกับกลุ่มนักพนันมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ค้นหาข้อมูลในรูปแบบการใช้อินเตอร์เน็ตทั่วไป ที่มีอัตราการใช้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 53 ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น นิตยสาร และหนังสือพิมพ์ ที่มีอัตราการใช้ลดลงมากที่สุด

 

ใช้เฟซบุ๊คพูดคุยแลกเปลี่ยนมากที่สุด

 

เว็บไซต์แห่งนี้ ยังเปิดเผยข้อมูลการสำรวจเพิ่มเติมด้วยว่า ในกลุ่มของการใช้โซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งมีอัตราการใช้เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน คืออยู่ที่ร้อยละ 31 พบว่า เฟซบุ๊ค (Facebook) เป็นกลุ่มโซเชียลออนไลน์ ที่กลุ่มนักพนันใช้ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนมากที่สุด  ตามด้วยทวิสเตอร์ (Tweeter) และเว็บไซต์ยูทูป (You tube) ตามลำดับ ในขณะที่ไอโฟน (iPhon) หรือ สมาร์ทโฟน (Smart Phone) แบบต่างๆ เป็นเทคโนโลยีที่นักพนันมักใช้ในการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงการเล่นพนันออนไลน์มากที่สุด และยังยินดีที่จะจ่ายเงินโหลดแอพพลิเคชั่น (application) เพื่อความสะดวกสบายในการรับข้อมูลสนับสนุนการเล่นพนันอีกด้วย

 

สื่อไฮเทคตัวช่วยใหม่นักพนันไทย

 

สำหรับประเทศไทยแม้จะยังไม่มีการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีและสื่อ เพื่อสนับสนุนการเล่นพนันให้เห็นเป็นตัวเลขอย่างชัดเจนนัก แต่จากสภาพสังคมและพฤติกรรมของการบริโภคสื่อในปัจจุบัน ก็พบข้อมูลที่สำรวจโดย www.Truehits.net  เมื่อปี 2010 พบว่าคนไทยหันมานิยมสืบค้นข้อมูลจากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาอย่าง IPad และ IPhone สูงถึงร้อยละ 48.54  เช่นกัน แม้ว่าการสำรวจจะไม่ได้ระบุชัดเจนว่า การใช้เทคโนโลยีด้านสื่อของคนไทยจะเกี่ยวข้องกับการพนันหรือไม่ แต่จากการเพิ่มขึ้นของเว็บไซต์และข้อมูลด้านการพนันออนไลน์ โดยเฉพาะการเปิดแอพพลิเคชั่นด้านการพนันมากมาย ทำให้คาดเดาได้ว่า นักพนันชาวไทยจำนวนไม่น้อยกำลังหันมาใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสนับสนุนการเล่นพนันของตัวเองมากขึ้นเช่นเดียวกับต่างประเทศ

แต่สิ่งที่ประเทศไทยยังคงแตกต่างจากต่างประเทศคือ “สื่อกระแสหลักเช่น หนังสือพิมพ์กีฬา วิทยุและโทรทัศน์ รายการด้านการวิเคราะห์กีฬา” กลับยังคงได้รับความนิยมจากนักพนันไทยตลอดมา โดยไม่มีแนวโน้มลดลงแต่อย่างใด

 

คนเล่นทันเหตุการณ์-คนทำหวังดึงดูดคนเล่น

 

ดร.วิษณุ วงศ์สินสิริกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ซึ่งทำงานวิจัยด้านการพนันฟุตบอลไทยมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวว่า จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วขณะนี้ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า มันได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ และตัวช่วยสำคัญในการอำนวยความสะดวกสบายให้กับนักพนันมากขึ้น ทั้งในแง่ของการสืบค้นข้อมูล และการเข้าถึงการพนันที่ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการเล่นพนันบอลที่มีจำนวนคู่การแข่งขันจำนวนมากในประเทศต่างๆ ทำให้เกิดการแข่งขันขึ้นเกือบทุกวัน เทคโนโลยีและสื่อ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้พนันเข้าถึงเกมได้อย่างรวดเร็ว และทันสถานการณ์ได้ทันท่วงที และยิ่งในปัจจุบันที่การพนันบอลเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมากขึ้น เชื่อว่าผลประโยชน์ที่สื่อจะได้รับย่อมมากขึ้นไปด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบว่า ผู้ประกอบการพยายามคิดค้นหาวิธีดึงดูดนักพนันด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการเล่นพนันหรือดูการแข่งขัน รวมไปถึงการช่วงชิงการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลต่างประเทศ ที่เชื่อว่าจะมีคนไทยที่รวมถึงนักพนันไทยติดตามชมเป็นจำนวนมากด้วยนั่นเอง

 

“สื่อกับการพนันบอล มีความเชื่อมโยงกันอย่างปฏิเสธไม่ได้ สำหรับคนไทยปัจจุบันนอกจากสื่อสิ่งพิมพ์ จำพวกหนังสือพิมพ์กีฬา ประเภทแทบลอยด์ ที่มีการตีพิมพ์อัตราต่อรองไว้อย่างชัดเจนแล้ว รายการประเภทวิเคราะห์การแข่งขันฟุตบอล ทั้งวิทยุโทรทัศน์ เคเบิลทีวี ที่เผยแพร่กันทั่วไปยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ที่แม้ไม่ทำให้คนเล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้น แต่จะเป็นเหมือนการสนับสนุนให้มีการเล่นพนันอย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งแตกต่างจากต่างประเทศที่หันมาสนใจเรื่องเทคโนโลยีมากกว่า ในขณะที่คนไทยยังสนใจสื่อสิ่งพิมพ์เหล่านี้ ด้วยเหตุผลการให้ข้อมูลด้านการพนันนั่นเอง” ดร.วิษณุกล่าว

 

สื่อกระดาษหาซื้อง่าย-กระตุ้นเยาวชนเล่นพนัน

 

ด้าน อาจารย์สายชล ปัญญชิต นักวิจัยด้านปัญหาสังคม และอาจารย์พิเศษคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องเดียวกันว่า นอกจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นจากกลุ่มนักพนันแล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ในประเทศไทยสื่อกระแสหลักจำพวกสื่อสิ่งพิมพ์ยังคงเป็นแหล่งข้อมูลของนักพนันอยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งดูจะแตกต่างกับต่างประเทศที่หันไปใช้เครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยีมากกว่า เหตุผลสำคัญน่าจะเป็นเรื่องของข้อมูลข่าวสารหรือเนื้อหาที่นำมาเผยแพร่ เข้าถึงกลุ่มผู้อ่านได้มากกว่า เพราะปัจจุบันคนไทยทุกระดับหันมาเล่นพนันบอลกันมากขึ้น กลุ่มที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีก็ยังคงที่จะให้ความสำคัญกับข้อมูลในสื่อหนังสือพิมพ์กีฬาที่หาซื้อได้ง่ายและราคาถูก เมื่อเทียบกับสื่อชนิดอื่น

นอกจากนี้ในปัจจุบันสื่อสิ่งพิมพ์ด้านกีฬา ยังมีการตีพิมพ์ลงอัตราต่อรองของทีมฟุตบอลในการแข่งขันแต่ละคู่ให้นักพนันใช้ในการจัดสินใจเล่นพนันด้วย ไม่เว้นแม้แต่หนังสือพิมพ์รายวันทั่วไปบางฉบับ ที่นำเสนออัตราต่อรองในวันอาทิตย์ ทำให้ได้รับความนิยมจากแฟนบอล โดยเฉพาะนักพนันยอมควักกระเป๋าซื้อมาเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจแม้จะมีราคาสูงกว่าหนังสือพิมพ์ปกติทั่วไปก็ตาม ซึ่งการนำเสนออัตราต่อรองถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และเห็นกันอยู่อย่างชัดเจน แต่ยังไม่พบว่ามีการดำเนินการด้านกฎหมายแต่อย่างใด หนังสือพิมพ์ยังคงวางขายได้ตามปกติ ใครก็สามารถซื้อหามาอ่านได้ ไม่เว้นแม้แต่เด็กชั้นประถมศึกษา จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงว่า การที่เด็ก โดยเฉพาะเด็กที่ชอบเล่นกีฬาฟุตบอลอยู่แล้ว หากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการพนันบอลจากสื่อเร้าหรือกระตุ้นมากๆ ก็มีโอกาสอยากลอง และเข้าสู่วังวนของการพนันได้เหมือนกับข้อมูลการวิจัยต่างๆ ที่มักจะพบว่า เด็กและเยาวชนไทยกำลังเข้าถึงการเล่นพนันชนิดนี้ได้ง่ายกว่าการพนันรูปแบบอื่น

 

วิทยุพูดกรอกหูแบบไร้การควบคุม

 

อาจารย์สายชลกล่าวต่อว่า นอกจากสื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อออนไลน์ แล้ว สื่อวิทยุเองก็นับว่าเป็นสื่อที่ต้องเฝ้าระวังและควรจะมีการตรวจสอบเป็นพิเศษ โดยเฉพาะรายการในกลุ่มของนักวิเคราะห์เกมฟุตบอลต่างๆ ที่ผู้ดำเนินรายการใช้คำศัพท์เฉพาะ หรือการพูดที่ส่อไปในทางแนะนำให้มีการเล่นพนันบอลอย่างชัดเจน เช่น การใช้คำพูดที่ว่า “เกมนี้กินได้ 2 ต่อ”  “ฟันธง” หรือ “ขายบ้านได้เลยรับรองไม่กินไข่” ซึ่งชัดเจนว่า เป็นการชี้แนะเรื่องการเล่นพนันบอล ที่อาจปลุกเร้าให้ผู้ฟังรู้สึกอยากเล่นพนันบอลขึ้นมาได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ที่ผ่านมายังไม่เคยพบว่า มีหน่วยงานหรือองค์กรใดสามารถเข้าไปควบคุมดูแลสื่อเหล่านี้ได้เลย

 

“ถามว่าหน่วยงานไหนหรือองค์กรสื่อไหนจะเข้าไปควบคุมดูแล เรายังไม่เห็น เพราะองค์กรสื่อด้วยกันเองก็คงไม่อยากจะไปมีเรื่องทะเลาะกันเอง ในขณะที่หน่วยงานด้านการปราบปรามอย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แม้ว่าจะมีความสนใจในการเข้าไป แต่ก็เป็นเรื่องยาก เพราะมันมีหลายปัจจัยทำให้ปัญหายังคงไม่ได้รับการแก้ไข” อาจารย์สายชลกล่าว

 

ไม่มีองค์กรคุมสื่อนำเสนอราคาต่อรอง

 

อดีตผู้สื่อข่าวกีฬาหนังสือพิมพ์ และผู้คลุกคลีในวงการฟุตบอลรายหนึ่ง กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาสื่อไทยโดยเฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ ประเภทกีฬา จะมีการนำเสนอในรูปแบบชี้นำไปในเรื่องการพนันอย่างชัดเจน แม้แต่เด็กนักเรียนขาสั้นยังนิยมที่จะพกติดกระเป๋า เพราะจะรู้สึกเหมือนได้อยู่ในกลุ่มเด็กผู้ชายด้วยกัน ซึ่งตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว เพราะหน้าที่จริงๆ ของสื่อควรให้ข้อมูลเพียงเรื่องของความพร้อมของทีมต่างๆ ก่อนการแข่งขัน และผลการแข่งขันเท่านั้น ไม่ควรชี้เรื่องราคาต่อรอง แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องยากที่จะไปห้ามไม่ให้มีการนำเสนอเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของสื่อนั้นๆ ด้วย และปัจจุบันประเทศไทยเองก็ยังไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรใด ที่จะมาควบคุมการนำเสนอของสื่อเหล่านี้อย่างจริงจัง แม้ว่าก่อนหน้านี้ในกลุ่มสื่อด้วยกันเองพยายามที่จะมีการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ แต่ก็พบว่าไม่เคยสามารถทำได้ จนในที่สุด การนำเสนอจึงถูกปล่อยออกมาอย่างเสรีในปัจจุบัน

 

“ขณะนี้การพนันในประเทศไทยยังไม่ได้เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรมีสื่อประเภทที่ชี้อัตราต่อรอง ทั้งในรูปแบบของสื่อสิ่งพิมพ์ ประเภทหนังสือพิมพ์ รายการวิเคราะห์บอลในโทรทัศน์ หรือวิทยุ ในเชิงของการให้ข้อมูลเพื่อการพนัน ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ต้องยอมรับว่าเราไม่มีอะไรมาควบคุมทำให้สถานการณ์สื่อกับการพนันบอลรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ขยายไปถึงเด็กๆ แล้ว เด็กๆ ก็ฝากเล่นฝากแทงกันได้เพราะเขาเข้าถึงสื่อพวกนี้ได้ง่ายมาก” อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโสกล่าว

 

ปั้นคำเพื่อปลุกเร้าหรือนักพนันตีความเอง

 

เมื่อถามว่าในกลุ่มสื่อกีฬาด้วยกันเองมีการเล่นพนันบอลกันบ้างหรือไม่ เพราะย่อมเป็นกลุ่มที่มีข้อมูลละเอียดกว่าคนทั่วไป อดีตผู้สื่อข่าวคนเดิมกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่สามารถพิสูจน์รู้ได้ว่าใครเล่นหรือไม่เล่น เพราะในกลุ่มสื่อด้วยกันเอง มักจะมีการพูดคุยเรื่องของผลแพ้ชนะกันมากกว่า บางครั้งอาจจะได้ยินนักข่าวตามสื่อวิทยุบางแห่งที่พูดว่า “เมื่อคืนผมก็อิ่มไปเหมือนกัน” ก็ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วผู้พูดเล่นพนันด้วยหรือเปล่า แต่อาจจะเป็นเพียงการเพิ่มน้ำหนักให้กับตัวเอง เพื่อให้คนฟังรู้สึกว่า เขาสามารถวิเคราะห์ได้ดีถือเป็นการเรียกลูกค้ามากกว่า คือพูดเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ของตัวเอง และประเด็นนี้ก็อาจจะทำให้คนฟังรู้สึกอยากเล่นขึ้นมาด้วยก็ได้

 

“แต่บางครั้งผมว่าสื่อเองก็อาจจะไม่ได้ชี้นำอะไร เพราะมันขึ้นอยู่กับว่าสื่อต้องการนำเสนออะไรมากกว่า อย่างเวลาเราไปสัมภาษณ์ทีมไหน ส่วนใหญ่ก็มักจะมีการพูดถึงความพร้อมในการแข่งขันของตัวเอง แบบนั้นแบบนี้ หรือในวงการบางทีก็จะมีการเกทับกันบ้าง แล้วสื่อเลือกที่จะเสนอในบางแง่ บางมุมเท่านั้น คนอ่านก็อาจจะเอาไปตีความต่อและวิเคราะห์การนำเสนอนั้นกันเองในหมู่นักพนันก็กลายเป็นประเด็นขึ้นมา ถามว่าเราต้องการชี้นำเรื่องการพนันหรือเปล่า ต้องบอกว่าเปล่าเลย”

 

คอลัมนิตส์ดังย้อนอดีตนสพ.เพื่อการพนัน

 

 ทางด้านคอลัมนิสต์ที่อยู่วงการสื่อมวลชนมายาวนานกว่า 20 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า การเขียนข่าวกีฬาเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ก็มักจะมีโผการแทงพนันเล็กๆไว้ในหน้า 2 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ทั้งลีกการแข่งขันฟุตบอลอังกฤษ และฟุตบอลเยอรมัน ต่อมาเป็นการวิเคราะห์การเล่นฟุตบอลของทีมต่างๆ โดยเฉพาะ ในหนังสือพิมพ์กีฬา หลังจากนั้นมีการเปิดหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่ๆ ที่มีการรายงานผล การวิจารณ์เรื่องการพนัน 1-2 หน้า  และมีหนังสือพิมพ์บางฉบับที่เริ่มขยายการวิเคราะห์บอลมาเป็นการลงอัตราการต่อรอง ที่ใช้เล่นพนันบอลเกิดขึ้น

อัตราการต่อรองในหนังสือพิมพ์กีฬาสมัยนั้น จะมีการอ้างอิงถึงอัตราการต่อรองจากโต๊ะพนันบอลที่ออกมาในตลาดฟุตบอล มีทั้งอัตราการต่อรองฟุตบอลในประเทศไทย และอัตราการต่อรองบอลที่ยึดหลักอ้างอิงตามราคาต่อรองในต่างประเทศ  เช่น ทีมที่จะแข่งวันที่ 21 ก.พ.ทีมลีเวอร์พูล-เชลซี  คิดเป็นอัตรา ควบลูกครึ่ง  ซึ่งในหนังสือพิมพ์กีฬาของไทย ก็จะมีการตั้งราคาต่อรองขึ้นมา ในลักษณะ 5 + 4  ซึ่งนี่คืออัตราการต่อรองที่อ้างอิงราคาในเมืองไทย โดยผู้เขียนคอลัมน์จะชี้แจง และวิเคราะห์ผลการแข่งขัน รวมถึงวิเคราะห์ตัวผู้เล่นอย่างชัดเจน

สำหรับอัตราการต่อรองที่ยึดตามอัตราการต่อรองจากต่างประเทศ จะไม่เหมือนกับอัตราการต่อรองในบ้านเรา ซึ่งมีการกำหนดตามราคาตลาดสากล มีความนิ่งมากกว่าอัตราต่อรองในบ้านเรา  ซึ่งในหนังสือพิมพ์กีฬาของมีการเทียบราคาอัตราต่อรองไว้อย่างชัดเจน โดยลักษณะหนังสือพิมพ์กีฬาแต่ละฉบับ ก็จะแตกต่างกัน ทั้งโฆษณา เนื้อหา และกลวิธีวิเคราะห์การแข่งขันบอลก็แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับคอลัมนิสต์  และสิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือการวิเคราะห์แนวทางการเล่น ผลการได้เสียประตู รวมถึงอัตราต่อรองของบอลชุด ที่แพร่หลายอย่างรวดเร็ว ผ่านการเขียนคอลัมน์ของนักข่าวสายกีฬา

 

จวกหนุนคนเล่นพนันแบบโจ๋งครึ่ม

 

“แต่มันมีสิ่งที่น่าเกลียดสำหรับคนทำสื่อ ที่หันไปสนับสนุนให้คนเล่นการพนัน แบบโจ่งแจ้ง ชัดเจน  อย่างรายการวิเคราะห์ฟุตบอลบางรายการในเครือหนังสือพิมพ์กีฬา ที่มีคอลัมนิสต์ ซึ่งเขียนให้กับหนังสือพิมพ์กีฬาของตนเป็นผู้ดำเนินรายการด้วย เวลาที่มาจัดรายการโทรทัศน์จะมีการพูดอย่างชัดเจน ในบางครั้งก็มีการโฆษณาเว็บไซต์ที่รับแทงพนันบอลแอบแฝงในขณะจัดรายการ ขณะที่บางรายการก็มีช่องทางให้ผู้ชมทางบ้านโทรศัพท์เข้ามาทายผลฟุตบอล ว่าทีมไหนจะชนะโดยจะใช้หมายเลขโทรศัพท์อัตโนมัติ 1900 -99-xxx มันเป็นการโฆษณาแฝงให้คนเข้ามาเล่นการพนันมากขึ้น”

 

สื่อดังอิทธิพล-ผลประโยชน์เพียบ

 

 คอลัมนิสต์ชื่อดังคนเดิมให้ข้อมูลต่อว่า เป็นที่รู้กันว่า สื่อกีฬาชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งมีหนังสือพิมพ์กีฬาหลายฉบับที่วางจำหน่ายเพื่อนำยอดขายมาแบ่งกัน จะมีการบริหารงานของสื่อต่างๆ ในเครือที่แตกต่างกันไป โดยจะกลุ่มเป้าหมายก็แตกต่างกันด้วย การที่เป็นผู้มีอิทธิพลมากในวงการกีฬาของไทย จากการที่เป็นผู้นำด้านการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬาฟุตบอลต่างประเทศ ทำให้เป็นที่รู้ๆกันว่า วงการกีฬาสามารถใช้เป็นที่แสวงหาผลประโยชน์ และเป็นที่ฟอกตัว ฟอกเงินของบรรดาเหล่ามาเฟีย ตำรวจ ทหาร และนักการเมืองบางคนที่ผันตัวมาจัดตั้งทีมกีฬาต่างๆ เป็นของตัวเอง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทำไมสื่อเหล่านี้ยังคงขายได้อย่างแพร่หลายโดยปราศจากการควบคุมทางกฎหมาย

เมื่อถามว่า ผู้สื่อข่าวกีฬาหรือคอลัมนิสต์ มีส่วนชี้นำทำให้คนหันมาสนใจการพนันบอลหรือไม่  คอลัมนิสต์ชื่อดังกล่าวว่า  คงจะตอบชัดเจนแบบฟันธงไปเลยไม่ได้ แต่คนที่เข้ามาซื้อหนังสือพิมพ์กีฬา ก็มักจะอ่านผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เขียน แต่ของแถมที่ได้คือราคาต่อรอง อัตราต่อรองการพนันบอล  ส่วนจะมองว่าคนเขียนคอลัมน์มีส่วนได้เสียกับการเล่นการพนันหรือไม่นั้น เชื่อกันว่ามี เพราะส่วนใหญ่คนเขียนกับเจ้าของโต๊ะบอลก็มักจะรู้จักกันเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว  ซึ่งเจ้ามือ เจ้าของโต๊ะบอลอยู่ในวงการนี้ย่อมเป็นที่รู้จักและคุ้นเคยกันอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามไม่ได้ทำให้เกมฟุตบอลเปลี่ยน แต้มที่ยิงประตูก็ไม่เปลี่ยน  สิ่งสำคัญคือขึ้นอยู่กับประสบการณ์ การประเมินทิศทางของเกม รวมถึงการวิเคราะห์ตัวผู้เล่นมากกว่า

 

ชี้ทีวีกีฬา ไร้รสนิยมต้องใช้โคโยตี้ดึงคนดู

 

เมื่อถามว่า วันนี้สื่อมวลชนไทยกับมาตรฐานการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับฟุตบอลเป็นอย่างไร คอลัมนิสต์รายนี้ ให้ความเห็นอย่างชัดเจนว่า  “ผมว่ามันห่วย  ห่วยที่เดี๋ยวนี้รายการฟุตบอลมันเลอะเทอะ ทีวีของบางช่องมีโคโยตี้มาร่วมจัดรายการ  ผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นการร่วมมือกับนิตยสารกับบริษัทที่จัดรายการหรือไม่  ผมคิดว่ารายการเหล่านี้มันไม่ใช่รายการทีวีช่องกีฬาเหมือนกับต่างประเทศ คนที่มาจัดรายการส่วนใหญ่ก็เป็นนักข่าวมาก่อน ที่ถนัดด้านการพูดถนัดด้านการวิเคราะห์ แต่อาจจะไม่ได้มีหน้าตาดีมากนัก ก็เลยต้องเอาสาวๆ สวยๆมาเป็นตัวช่วย ผมว่ารายการประเภทนี้มันไร้รสนิยม” เขาระบุ พร้อมเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็นนักข่าวมานาน  คิดว่าอิทธิพลในวงการสื่อด้วยกันก็มีส่วนสำคัญต่อการนำเสนอข่าวที่สนับสนุนให้คนเล่นการพนัน เพราะมองว่า สื่อกีฬารายใหญ่มักมีอิทธิพลต่อสื่อกีฬารายย่อย  เช่น สยามกีฬา มักจะมีอิทธิพลต่อสื่อมวลชนสายกีฬา เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ในวงการกีฬามานาน ทำให้มี จึงได้รับการยอมรับ และเป็นที่เกรงขามของสื่อมวลชนด้วยกัน นอกจากนี้สื่อมวลชนหัวใหญ่ ค่ายใหญ่มักจะมีอิทธิพล และมีบทบาทต่อคนในวงการอื่นๆ อีกด้วย เช่น นักการเมือง ตำรวจ ทหาร ผู้มีอิทธิพล เป็นต้น

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ