ค้านกฟผ.สร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะใหม่-ชี้ละเมิดสิทธิชุมชน

22 มี.ค. 2555


 

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะใหม่ ทดแทนโรงเดิม ระบุถึง กรณีที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ว่าจ้างบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียร์ แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โครงการโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และศึกษาจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่ลิกไนต์แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยมีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ให้เหตุผลต่อการคัดค้านการดำเนินการดังกล่าว โดยขอในฐานะองค์กรที่ติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานของกฟผ. มาโดยตลอดว่า เป็นการดำเนินการที่เข้าข่ายละเมิดกฎหมายหลายฉบับ ท้าทายสิทธิชุมชน ตามที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครอง รวมทั้งมองข้ามคุณภาพชีวิตของชาวแม่เมาะ โดยเอาความจำเป็นของการใช้ไฟฟ้าของชาติมาเป็นข้ออ้างหรือตัวประกัน และเพิกเฉยต่อการปฏิบัติตามเงื่อนไขท้าย EIA ในอดีตจนศาลปกครองมีคำพิพากษาบังคับให้ กฟผ.ต้องรับผิดชอบต่อชาวบ้านในทางละเมิดและต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ EIA มาแล้ว

แถลงการณ์ดังกล่าว ยังตั้งคำถามต่อกฟผ.ตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านในฐานะผู้มีส่วนได้เสียให้ได้เสียก่อน คือ 1.การก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ หรือที่ กฟผ.อ้างว่าเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเก่านั้น จะชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ และครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตจากกิจกรรมการผลิตที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต อย่างไร 2.การทำเหมืองหรือการขยายเหมืองถ่านหินลิกไนต์ทับแปลงประทานบัตรเดิม กฟผ.จะดำเนินการตามที่ศาลปกครองตัดสินว่าให้ปิดสนามกอล์ฟ และฟื้นฟูสภาพป่า เมื่อไร และอย่างไร

และ 3.กองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้าที่ กฟผ.แม่เมาะ จัดเก็บเข้ากองทุนปีละเกือบ 400 ล้านบาทนั้น กฟผ. และกกพ.ได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจนเจ็บป่วยและเสียชีวิตที่ได้พิสูจน์จากกระบวนการพิจารณาของศาลและการวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางแล้ว ได้รับการชดเชยเยียวยาฟื้นฟูสุขภาพ จากกองทุนดังกล่าวอย่างไร หรือมีส่วนเข้าร่วมบริหารและตรวจสอบกองทุนนี้อย่างโปร่งใส ได้อย่างไร

 

“หากกฟผ.และรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข EIA เดิมเสียก่อน และไม่สามารถตอบคำถามของชาวบ้านข้างต้นได้ สมาคมฯ ก็พร้อมจะเป็นตัวแทนชาวบ้านในการใช้สิทธิทางศาลเพื่อระงับหรือเพิกถอนรายงานหรือโครงการดังกล่าวในเร็วๆ นี้” แถลงการณ์ระบุ

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ