ชาวสุรินทร์ฮือต้านโรงไฟฟ้าขยะ หวั่นก่อมลพิษ-ทำลายพื้นที่เกษตร

เอมพงศ์ บุญญานุพงศ์ ศูนย์ข่าว TCIJ 21 ก.ย. 2555 | อ่านแล้ว 866 ครั้ง

เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลคอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ ถนนสายสุรินทร์-บุรีรัมย์ มีชาวบ้านกว่า 300 คน เดินทางมาปิดทางเข้าที่ทำการ อบต.คอโค เพื่อคัดค้านไม่ให้มีการเปิดประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชน กรณีขอใช้และขอถอนที่ดินสาธารณประโยชน์ “ป่าโคกโชค” เนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนจังหวัดสุรินทร์ ของบริษัท เสริมทรัพย์ไพศาล กรุ๊ป 1999 จำกัด ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์, เทศบาล 25 แห่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมจำนวน 175 แห่ง ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุรินทร์ ได้ร่วมกันจัดทำประชาคมครั้งนี้ขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สำหรับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะดังกล่าว ตั้งขึ้นเพื่อรองรับกำจัดขยะมูลฝอยจากชุมชนต่าง ๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจ.สุรินทร์ ซึ่งจะมีการจัดตั้งโรงงานเตาเผาขยะมูลฝอยแบบไร้มลพิษและผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่าย โดยบริษัทเสริมทรัพย์ไพศาล กรุ๊ป 1999 จำกัด ร่วมกับบริษัท ลาวีเอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท อู๋สีหัวกวง บอบเลอร์ จำกัด เป็นผู้ลงทุนก่อสร้างโรงงาน มีระยะเวลาในการดำเนินงาน 3 ปี

 

ขณะที่ชาวบ้านต.คอโค ทั้ง 12 หมู่บ้านใน ต.ตระแสง และ 4 หมู่บ้าน ต.หนองเต็ง อ.เมือง จ.สุรินทร์ รวมทั้งอีก 3 หมู่บ้านที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียง คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ที่จะมีขึ้นในพื้นที่ป่าโคกโชค หมู่ 9 ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ พร้อมอ่านแถลงการณ์ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวประชาชนยังใช้ประโยชน์ร่วมกันและเป็นแหล่งอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและระบบนิเวศ นอกจากนี้ยังจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน มลพิษทางอาหาศจะส่งผลกระทบต่อชุมชน โรงเรียน ฯลฯ จึงประกาศจุดยืนไม่ให้ใช้พื้นที่และไม่ให้ถอนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์ป่าโคกโชค และไม่เอาโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นายเขมกร เที่ยงนิล อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 172 บ้านตะเคียน ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกล่าวว่า ชาวบ้านไม่ยอมให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะอย่างแน่นอน เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบในระยะยาว และคงไม่มีใครอยากได้กองขยะมหึมามาอยู่ใกล้บ้านตัวเอง อีกทั้งผลประโยชน์ที่มองเห็นชัดเจนตกอยู่กับฝ่ายการเมือง และบริษัทนายทุนเท่านั้น

 

ด้าน นายสมัย เชิดสุข อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/1 บ้านนานวล หมู่ 7 ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า มลพิษที่จะเกิดขึ้นจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ และกองขยะมหาศาลระหว่างรอเผา นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่คนในชุมชนต้องออกมาต่อสู้ร่วมกัน และมาด้วยใจไม่มีการจัดตั้ง ไม่มีใครเป็นแกนนำ ทุกคนสู้เพื่อความอุดมสมบูรณ์และระบบนิเวศ แหล่งอาหารที่ใช้ร่วมกันมาช้านาน เพราะทุกคนรู้ว่าจะเกิดผลกระทบตามมาอย่างแน่นอน หากมีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะในพื้นที่นี้ และทุกคนมองไม่เห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน มาวันนี้จึงต้องออกมาแสดงพลังเพื่อคัดค้านการก่อสร้าง

 

 

นายธเนศ สาแก้ว ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลคอโค กล่าวว่า ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ได้ทำหนังสือมาถึงองค์การบริหารส่วนตำบลคอโค ขอถอนสภาพที่สาธารณประโยชน์ป่าโคกโชค หมู่ 9 ต.คอโค เพื่อใช้พื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะขึ้น และได้ทำหนังสือประสานให้ทางอบต.คอโค จัดเตรียมสถานที่ โต๊ะ เก้าอี้ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และทาง อบต.คอโคได้แจ้ง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้นำมวลชน มาร่วมแสดงความคิดเห็น แต่มีกลุ่มผู้คัดค้านมาซึ่งเป็นไปตามที่คาดหมายไว้อยู่แล้ว เพราะคนที่นี้มีปัญหาเรื่องขยะมาก่อน และทางอบต.คอโค ทำหน้าที่เตรียมสถานที่ประชุมและแจ้งประสานเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุดเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนมคัดค้านของชาวบ้านเป็นไปด้วยความเข้มข้น มีการปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงอยู่ตลอดเวลา และมีประชาชนเดินทางมาสมทบร่วมแสดงพลังกันเป็นจำนวนมาก เป็นเหตุให้การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นครั้งแรกต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้น

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ