ดงมะไฟฟ้องศาลปกครองอุดรฯ จี้ถอนอนุญาตเหมืองสุวรรณคูหา

20 ก.ย. 2555


เมื่อวันที่ 19 กันยายน ชาวบ้าน ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู กว่า 200 คน เข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครองอุดรธานี ขอให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้เอกชนทำเหมืองแร่หินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยตัวแทนชาวบ้าน 78 คน พร้อมด้วยนายสงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ ตัวแทนสภาทนายความ และโครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม ผู้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้แทน ยื่นฟ้องรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำเลยที่ 1 อธิบดีกรมป่าไม้ จำเลยที่ 2 และผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู จำเลยที่ 3 เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของหน่วยงานรัฐดังกล่าวซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งยังทำให้ชาวบ้านได้รับความเสียหายอันไม่อาจประเมินค่า และขอให้ศาลปกครองคุ้มครองการทำเหมืองแร่หิน จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ซึ่งศาลปกครองอุดรธานี แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ประทับรับฟ้องเพื่อพิจารณาไต่สวนแล้ว

 

การฟ้องคดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐดังกล่าวมีคำสั่งอนุญาตให้บริษัทเอกชนเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลาง ท้องที่ ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู เพื่อทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน และอุตสาหกรรมก่อสร้าง เป็นเวลา 10 ปี โดยไม่ผ่านการทำประชาคมหมู่บ้าน

 

สำหรับข้อสังเกตในการฟ้องคดีประกอบด้วย 1.ใบอนุญาตดังกล่าว ขัดกับระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2548 เนื่องจากเป็นการอนุญาตทั้งที่ยังมีความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่และองค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟไม่ได้ให้ความเห็นชอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2.ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 3 ออกใบอนุญาตให้เอกชนเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ฟ้องคดี ประชาชนและชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการกระบวนการต่างๆ เป็นการละเมิดต่อสิทธิในการมีส่วนร่วมของผู้ฟ้องคดีตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 66 และ มาตรา 67 ได้รับรองและคุ้มครองไว้

 

3.การออกใบอนุญาตให้เข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำเหมืองแร่หิน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลายาวนานกว่า 10 ปี ทั้งที่เป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางพรรณไม้และพืชสมุนไพร เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ และมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อันมีคุณค่าทางโบราณคดีนั้น ได้ส่งผลให้ชุมชนไม่อาจเข้าใช้ประโยชน์ ในด้านการเป็นแหล่งอาหาร แหล่งต้นน้ำและแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนในพื้นที่เหมือนเช่นในอดีต อันเป็นการทำลายวิถีชีวิตของชุมชนที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และสร้างความเดือดร้อนเสียหายต่อผู้ฟ้องคดี ประชาชนและชุมชนยิ่งกว่าประโยชน์ที่รัฐได้รับ

 

ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2542 ชาวบ้าน ต.ดงมะไฟ ได้ต่อสู้คัดค้านการก่อสร้างเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอย-ป่านากลางเรื่อยมา แม้บางคนจะล้มตาย บางคนต้องกลายเป็นจำเลย แต่ชาวบ้านก็ไม่ยอมแพ้

 

ต่อมาปี 2543 อุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ป่าไม้จังหวัดหนองบัวลำภู ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ประกาศให้เขตพื้นที่ ภูผารวก ผาจันได เขาเหล่าใหญ่ เป็นพื้นที่ที่ได้รับประทานบัตร ให้ขุดเจาะเพื่อสร้างโรงโม่หิน โดยตั้งแต่ เดือนก.ย.2543-ก.ย.2553 เป็นระยะเวลา 10 ปี

 

จากนั้น ในปี 2544 ชาวบ้านได้ยื่นฟ้องศาลปกครองขอให้เพิกถอนประทานบัตร การทำเหมืองแร่ของเอกชน แม้สุดท้ายศาลปกครองสูงสุดจะยกฟ้อง แต่อายุประทานบัตรก็หมดอายุลงพอดี เป็นเหตุให้เอกชนต้องเริ่มขอต่อใบอนุญาต รวมถึงการขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเพื่อเข้าทำเหมืองแร่ในพื้นที่อีกครั้ง

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ