ชาวบ้านชนบริษัทรุกป่าแม่รำพึง จี้นายอำเภอ-ตร.เร่งดำเนินคดี

19 พ.ค. 2555


ที่สภ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านตำบลแม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง กว่า 200 คน ยื่นหนังสือต่อตัวแทนนายอำเภอบางสะพาน โดยนายถวิล ฉันทาวรานุรักษ์ ปลัดอาวุโส พ.ต.อ.วิติพจน์ พจนาคม ผกก.สภ.บางสะพาน และพ.ต.ท.ธฤต เรืองเดชา สารวัตรเวร เจ้าของคดี การบังคับใช้ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 25 กรณีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองแม่รำพึงของบริษัทแห่งหนึ่ง 52 แปลง พื้นที่กว่า 800 ไร่

ทั้งนี้สืบเนื่องจากการบังคับใช้พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 25 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.2553 แต่ปัจจุบันคดีความไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งมีความพยายามแจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้านที่ติดตามตามตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองแม่รำพึง และพื้นที่สาธารณะใน อ.บางสะพาน จำนวน 20 กว่าคดี โดยล่าสุดมีการแจ้งความคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายด้วย

 

“วันนี้ผมเป็นหนึ่งในจำเลยที่ถูกแจ้งความฟ้องเรียกค่าเสียหาย ในคดีแพ่งเป็นเงินเกือบ 900,000 บาท พวกผมโดนฟ้องทั้งหมด 19 คน แต่ละคนที่ถูกฟ้องถือว่าเป็นผู้นำชุมชนที่มีความหวงแหนสมบัติของชาติของชุมชน ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากการตรวจสอบเรื่องการบุกรุกป่าสงวนนี้ แต่ต้องทำเพราะมันคือบ้านผม ลูกหลานผมอยู่ที่นี่ หากเราไม่มีป่าไม้ไว้ให้ลูกหลาน มีแต่อุตสาหกรรมที่มีแต่มลพิษ อีกหน่อยเราก็คงต้องเป็นแบบคนมาบตาพุด” นายเสกสรร วีรกุล ชาวบ้านผู้ถูกฟ้องคดีกล่าว

นายเสกสรรกล่าวต่อว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชาวบ้านและแกนนำกลุ่มอนุรักษ์ถูกแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งส่วนตัวถือว่าทุนกลุ่มนี้ไม่มีธรรมาภิบาล พยายามที่จะเป็นศัตรูกับชาวบ้าน และเมื่อคิดเช่นนั้นชาวบ้านก็พร้อมที่จะชนด้วยข้อกฎหมายเช่นกัน โดยในวันนี้จะลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และชาวบ้านจะแจ้งความดำเนินคดีกลับกับบริษัทเช่นกัน

 

“ก็คอยดูว่าสุดท้ายชาวบ้านที่ต้องสู้เพื่อปกป้องชุมชน ปกป้องตนเองตามสิทธิที่พึงมีตามรัฐธรรมนูญ กับกลุ่มทุนที่มีเงิน มีคนหนุนหลัง เอาพื้นที่ของชุมชนเราหาผลกำไรมายาวนานกว่า 20 ปี แต่คดโกงประเทศโดยการเอาที่สาธารณะ ที่ป่าสงวนฯ มาเป็นสมบัติส่วนตัวเพื่อประกอบธุรกิจ ว่าใครจะแพ้ ใครจะชนะ เรื่องนี้ผมอยากให้เป็นเรื่องสาธารณะมากที่สุด เพราะพวกผมโดนกระทำมาตลอด ไม่เช่นนั้นเราจะมีกฏหมายรัฐธรรมนูญเพื่ออะไร มีสิทธิชุมชนเพื่ออะไร หากเราใช้สิทธิแต่เรากลับถูกลิดรอนสิทธิโดยความไม่ชอบธรรมเช่นนี้” นายเสกสรรกล่าว

 

ด้านนายสุพจน์ ส่งเสียง กล่าวว่า ที่ผ่านมาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ที่นี่เชื่องช้ามาก บริษัทถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ปข 1 แจ้งความร้องทุกข์ตามคดีอาญาที่ 262/2554 ตั้งแต่เดือน เม.ย.2554 เวลาผ่านมาปีกว่า คดียังไม่คืบหน้า สอบสวนไม่เสร็จ ชี้แนวเขตไม่ได้ แต่นายอำเภอย้ายไปแล้ว 2 คน รองผกก.สภ.บางสะพานที่เหลือเวลาเพียง 5 เดือนจะเกษียณ ก็ถูกย้ายไปจ.สระแก้ว

 

“แต่ทุนไม่สามารถย้ายพวกผมที่เป็นชาวบ้านที่ไม่ได้มีตำแหน่งได้ จึงยัดคดีให้แทน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ยอมตกเป็นเครื่องมือ โดยทำให้ชาวบ้านมองว่าขาดความเป็นธรรม วันนี้พวกผมจึงมายื่นหนังสือถึงนายอำเภอให้มีการดำเนินการในเรื่องการบังคับใช้ มาตรา 25 อย่างเป็นธรรม ถึงผกก.สภ.บางสะพาน เรื่องเกี่ยวกับคดีความต่างๆ และร้อยเวรที่รับเรื่อง รวมถึงขนส่งจังหวัดที่จะต้องตรวจสอบในเรื่องของภาษีที่ชาวบ้านได้ข่าวมาว่ามีการหลบเลี่ยงภาษีด้วย” นายสุพจน์กล่าว

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ