กก.อนุญาตทำ‘โปแตช’ลงพื้นที่ พิสูจน์แนวเขตตามชาวบ้านแย้ง

สมพงศ์ อาษากิจ ศูนย์สื่อชุมชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ศสธ.) 19 ส.ค. 2555


 

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม คณะกรรมการศึกษาติดตามกระบวนการขออนุญาตประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ตรวจสอบข้อเท็จจริง ในพื้นที่โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ขอประทานบัตรที่ 1-4/2547 ของบริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (เอพีพีซี) ซึ่งครอบคลุม 5 ตำบล ได้แก่ ต.หนองขอนกว้าง ต.โนนสูง ต.หนองไผ่ อ.เมือง ต.นาม่วง และต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม โดยมีตัวแทนจากที่ดินจังหวัดร่วมตรวจสอบ และมีชาวบ้านในพื้นที่กว่า 100 คน เข้าร่วมสังเกตการณ์

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้ สืบเนื่องจากว่า มีชาวบ้านกว่า 5,000 คน ยื่นรายชื่อโต้แย้งคัดค้าน ตามมาตรา 49 ของ พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 ว่า ข้อมูลสภาพพื้นที่ในใบไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตรเป็นเท็จ และการปักหมุดรังวัดเขตคำขอประทานบัตร จำนวน 6 หมุด ครอบคลุมพื้นที่เหมืองกว่า 26,000 ไร่ ไม่ถูกต้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ของคณะกรรมการฯ ในครั้งนี้ เริ่มต้นด้วยการดูพื้นที่บริเวณรอบหนองนาตาล ซึ่งแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่มีเนื้อที่เกือบ 1,000 ไร่ และเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่ที่จะทำโรงแต่งแร่ ของบริษัทเอพีพีซี จากนั้นคณะกรรมการฯและกลุ่มชาวบ้านได้ตระเวนไปดูหมุดตามจุดต่างๆ ทั้งหมด 6 จุด ปรากฏว่า พบหมุดรังวัดเพียงจุดเดียวเท่านั้น คือ ริมถนนมิตรภาพอุดร-ขอนแก่น บริเวณหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ที่เหลืออีก 5 จุด ไม่พบหมุดรังวัด

 

นางมณี บุญรอด คณะกรรมการศึกษา ติดตามกระบวนการขออนุญาตประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี กล่าวว่า คณะกรรมการฯ มีมติร่วมกันที่ลงมาเพื่อดูสภาพข้อเท็จจริงของพื้นที่และหมุดรังวัด ซึ่งข้อเท็จจริงของสภาพพื้นที่ที่คณะกรรมการเห็นในวันนี้ ผิดจากที่มีการระบุไว้ในใบไต่สวน และหมุดรังวัดก็พบเพียงจุดเดียวเท่านั้น ส่วนจุดอื่นๆ ไม่พบว่ามีหมุดรังวัดเลย หลังจากนี้ก็จะลงบันทึกผลจากการลงพื้นที่ร่วมกัน ก่อนนำเข้าที่ประชุม ซึ่งเมื่อทำผิดก็จะต้องดำเนินการว่าไปตามผิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทางด้านนายภัทรชัย แก้วมณี นายช่างรังวัดชำนาญงานสำนักงานที่ดินจังหวัดอุดรธานี ซึ่งร่วมในการสำรวจระบุว่า พบเพียงหมุดเดียวริมถนนมิตรภาพ และจับจีพีเอส ดูแล้ว มีพิกัดตรงกันกับที่ระบุไว้ในแผนที่ ส่วนหมุดที่เหลือที่ลงไปตรวจดูแล้วตามจุดต่างๆ ที่มีการระบุว่ามีการปักหมุด ก็ไม่พบหมุด

 

นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ ผู้ประสานงานศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ (ศสส.) อีสาน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของคณะกรรมการฯ ทำให้เห็นว่ากระบวนการขอประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ที่ผ่านมา กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) พยายามหมกเม็ด และไม่เปิดเผยข้อมูลให้กับชาวบ้าน ซึ่งมองได้สองประเด็น คือ โดยข้อเท็จจริงนั้นได้ปรากฏว่า ไม่มีหมุดรังวัด ตามที่ กพร. เคยอ้างมาตลอดว่าทำการปักเสร็จแล้ว อีกประเด็น คือ ขั้นตอนการขอประทานบัตรเหมืองแร่นั้น กพร. ก็จะพยายามดันต่อ ทั้งที่ชาวบ้านมีการค้านมาแล้วกว่า 5,000 รายชื่อ

 

                 “ส่วนเรื่องใบไต่สวนที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ ซึ่งวันนี้กรรมการฯ ก็มาดูแล้วก็พิสูจน์ชัดแล้ว ทาง กพร.ก็บ่ายเบี่ยงว่าไม่ใช่สาระสำคัญหลักในส่วนเอกสารใบไต่สวน ควรจะต้องไปดูในส่วนของรายงาน อีเอชไอเอ ซึ่งทางเรามองว่า กพร.กำลังจะปัดความรับผิดชอบไปให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” นายสุวิทย์กล่าว

 

ทั้งนี้คณะกรรมการศึกษาติดตามกระบวนการขออนุญาตประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ตั้งขึ้นมาโดยอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ มีบทบาทหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องการไต่สวนพื้นที่ และกระบวนการขอประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี รวมทั้ง ร่วมกันพิจารณาข้อกฎหมายแร่ มาตรา 88/9 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ให้ได้ข้อยุติ

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ