จี้รัฐชะลอประกาศTPP หวั่นข้อผูกมัดการเมือง

17 พ.ย. 2555 | อ่านแล้ว 681 ครั้ง

 

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) ร่วม 13 องค์กรภาคประชาชนส่งจดหมายเปิดผนึกถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ชะลอการเข้าร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPPจนกว่าจะมีการศึกษาข้อดีข้อเสียอย่างชัดเจน และดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้หารือประชาชนอย่างเร่งด่วน

 

เอฟทีเอ ว็อทช์ ยังได้แสดงความกังวล ต่อการรวบรัดออกเห็นชอบร่างแถลงข่าวร่วม ว่าด้วยการประกาศการเข้าร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) และการรื้อฟื้นการประชุมคณะมนตรี ภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐ (TIFA JC) โดยนายกรัฐมนตรีไทยและ บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะมีถ้อยแถลงข่าวร่วม (Joint Press Statement) ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 ซึ่งจะกระทบต่อความมั่งคงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง เพราะแม้การแถลงข่าวเข้าร่วมไม่เข้าข่ายมาตรา 190 ตามรัฐธรรมนูญ แต่มีผลผูกพันทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

 

พร้อมระบุรายละเอียดข้อกังวลหลัก 4 ประการ คือ 1.การเข้าถึงยาและสาธารณสุขของประเทศ ผ่านการเพิ่มระบบการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา อาทิ การขยายอายุสิทธิบัตร, การผูกขาดข้อมูลทางยา, การจำกัดการใช้กลไกยืดหยุ่นในความตกลงทริปส์, ทำให้กระบวนการตรวจสอบสิทธิบัตรและการขึ้นทะเบียนยาอ่อนแอ การให้สิทธิบัตรแก่การผ่าตัดและวินิจฉัยโรค และจำกัดอำนาจต่อรองและควบคุมราคายาของระบบหลักประกันสุขภาพ ฯลฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อนโยบายลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพของรัฐบาล

 

 

2.การอนุญาตให้จดสิทธิบัตรพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ ทำให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรชีวภาพ และบังคับให้เกษตรกรต้องจ่ายค่าชดเชยต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และพยายามยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

 

3.เปิดเสรีบริการทางการเงินอย่างกว้างขวางให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้น 100 % และจำกัดสิทธิในการกำกับดูแล โดยเฉพาะมาตรานโยบายเงินทุนเคลื่อนย้าย เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

 

4.การคุ้มครองการลงทุนให้แก่นักลงทุนต่างชาติสามารถฟ้องร้อง เพื่อยกเลิกนโยบายสาธารณะและเรียกค่าชดเชยจากรัฐผ่านกลไกอนุญาโตตุลาการ นั่นจะยิ่งจำกัดพื้นที่ในการดำเนินนโยบายเพื่อสาธารณะของรัฐบาล

 

เอฟทีเอ ว็อทช์ ระบุด้วยว่า ในวันที่ 18 พฤศจิกายน เวลา 10.00 น. เอฟทีเอ ว็อทช์ และภาคประชาสังคมต่าง ๆ จะร่วมกันแถลงข่าว ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค อนุสาวรีย์ชัย จากนั้นจะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ต่อสาธารณชน เกี่ยวกับผลกระทบจากความตกลง TPP ย่านอนุสาวรีย์ และสยาม

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ