กลุ่มอนุรักษ์ฯโวย‘เหมืองโปแตช’ยัดไส้ปลอมรายชื่อ อ้างประชาคมหมู่บ้านหนุนขอประทานบัตรทำเหมือง

เดชา คำเบ้าเมือง ศูนย์สื่อชุมชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ศสธ.) 17 ธ.ค. 2555


 

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่ที่ว่าการอำเภอประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี กว่า 100 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายอำเภอประจักษ์ศิลปาคม เพื่อให้สอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่ผู้ใหญ่บ้าน 5 หมู่บ้าน ในพื้นที่โครงการเหมืองแร่โปแตช ทำรายงานประชาคมหมู่บ้าน ในการให้ความเห็นประทานบัตรเหมืองแร่ว่า เป็นการดำเนินการที่ผิดระเบียบคู่มือปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่อง การให้ความเห็นในการพิจารณาอนุญาตประทานบัตรเหมืองแร่ พ.ศ.2545 หรือไม่ พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องนายอำเภอให้เรียกผู้ใหญ่บ้านมาชี้แจงกับชาวบ้านด้วย

 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม มีการนำเอกสารรายงานการประชาคมหมู่บ้าน กรณีโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ของ 5 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านอีทุย หมู่ 4, บ้านโคกสง่า หมู่ 5, บ้านหนองแวงเหนือ หมู่ 8, บ้านป่าก้าว หมู่ 9 และบ้านสะอาดนามูล หมู่ 10 ของ ต.ห้วยสามพาด เสนอต่อ อบต.ห้วยสามพาด เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนประทานบัตร

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารรายงานการประชาคมดังกล่าว ผู้ใหญ่บ้านได้ลงนามในหนังสือปะหน้า ยกเว้นบ้านอีทุย หมู่ 4 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นคนลงนาม และบันทึกการประชุมในวาระอื่น ๆ ยังได้ระบุเรื่องโครงการเหมืองแร่โปแตช พร้อมแนบรายชื่อชาวบ้านผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย

 

นางมณี บุญรอด กรรมการกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ต.ห้วยสามพาด กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารและสอบถามจากชาวบ้านในหมู่บ้านนั้น ๆ แล้วพบว่า บางหมู่บ้านมีการประชุม แต่ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องโครงการเหมืองแร่โปแตช บางหมู่บ้านชาวบ้านไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่มีรายชื่อแนบมา หรือแม้กระทั่งบางหมู่บ้านไม่ได้มีการจัดประชุมเลยแต่เขียนขึ้นมาเอง ซึ่งถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสารและทำผิดระเบียบคู่มือปฏิบัติ ทำให้เกิดความเสียหายโดยรวมแก่ชาวบ้านในพื้นที่โครงการฯ

 

 

                “ผู้ใหญ่บ้านต้องรับผิดชอบกับการกระทำที่เกิดขึ้น และนายอำเภอต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ชาวบ้านคัดค้านมาเป็นเวลา 12 ปี กระทั่งมีการตั้งคณะกรรมร่วมระหว่างกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กับกลุ่มอนุรักษ์ฯ เพื่อมาติดตามเรื่องนี้ และกรรมการยังไม่มีข้อสรุป ผู้ใหญ่บ้านมาทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร” นางมณีกล่าว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ด้านนายหนูเพียร ธิปัญญา ผู้ใหญ่บ้านโคกสง่า หมู่ 5 ต.ห้วยสามพาด ยอมรับกับกลุ่มชาวบ้านว่า ตนได้ลงนามในเอกสารจริง แต่ตอนลงนามมีเฉพาะหนังสือปะหน้า ไม่มีรายละเอียดเนื้อหาการประชุม โดยชาวบ้านในหมู่บ้านนำมาให้ลงนาม ซึ่งตนเข้าใจว่าเป็นเพียงการประชาคมหมู่บ้านทั่วไปที่เคยทำมาแล้ว เพื่อนำส่ง อบต. ที่กระทำไปก็ถือบริสุทธิ์ใจและไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

 

 

                 “ต้องขอโทษพ่อแม่พี่น้องทุกคนในความผิดพลาดที่ได้กระทำลงไป หากจะให้แก้ไขอย่างไร ผมก็พร้อมที่จะดำเนินการตาม และขอให้สัญญาว่าจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก” นายหนูเพียรกล่าว

 

 

ด้านนายสมภพ ร่วมญาติ นายอำเภอประจักษ์ศิลปาคม กล่าวว่า ในส่วนของทางอำเภอจะดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย โดยในเบื้องต้นตนเองจะให้ผู้ใหญ่บ้านไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับทางตำรวจเพื่อถอนการลงนามในเอกสารดังกล่าวและให้เอาผิดกับคนที่นำเอกสารมาให้ลงนามด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากนั้นให้ผู้ใหญ่บ้านนำสำเนาบันทึกแจ้งความไปยื่นกับ อบต.ห้วยสามพาด เพื่อขอรายงานการประชาคมกลับคืนมาก่อนที่จะมีการนำเอาเอกสารไปใช้

 

 

               “ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มอนุรักษ์ฯ ตามหนังสือที่ยื่นมาทางอำเภอก็จะดำเนินการให้ หากมีผลเป็นอย่างไรก็จะทำเป็นหนังสือแจ้งให้ทางกลุ่มทราบอีกครั้ง” นายอำเภอกล่าว

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ