ศึก‘แกรมมี่-ทรูวิชั่นส์’ไม่ใช่แค่ลิขสิทธิ์บอล สกัด'จีเอ็มเอ็มแซด'รุกเคเบิ้ลฯ-แย่งลูกค้า จับมือสื่อยักษ์ประมูลพรีเมียร์ฤดูกาลหน้า

วรลักษณ์ ศรีใย เอมพงศ์ บุญญานุพงศ์ ศูนย์ข่าว TCIJ 16 มิ.ย. 2555 | อ่านแล้ว 693 ครั้ง

ความขัดแย้ง ‘แกรมมี่-ทรู’ แค่เพิ่งเริ่มต้น

 

หลังจากความขัดแย้งกรณีการถ่ายทอดฟุตบอลยูโร 2012 ซึ่งจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ เป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์จากยูฟ่า และก่อนหน้านี้พยายามประสานกับทรูวิชั่นส์เพื่อผ่านสัญญาณให้ลูกค้าของทรูได้รับชมด้วย แต่ปรากฎว่าตกลงกันไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาจอดำในช่องฟรีทีวีที่ผ่านกล่องของทรูวิชั่นส์ ตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย.ที่มีการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 ขณะที่จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ได้ขายกล่องสัญญาณของตัวเองในชื่อ จีเอ็มเอ็มแซดเพื่อให้ลูกค้าได้ชม พร้อมทั้งปล่อยสัญญาณการแข่งขันบางคู่ให้กับฟรีทีวีช่อง 3, 5, 9 ด้วย

ต่อมามีลูกค้าของทรูวิชั่นส์ร้องเรียนไปยังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้พิจารณาปัญหาดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นการเอาเปรียบลูกค้าซึ่งเป็นผู้บริโภค กระทั่งบอร์ดกสทช.มีมติให้ทรูจ่ายค่าปรับวันละ 20,000 บาท จนกว่าจะสามารถถ่ายทอดสัญญาณดังกล่าวได้ ขณะที่ทรูวิชั่นส์ทำหนังสือคัดค้านมติดังกล่าว แต่กสทช.ยังยืนยันอีกว่า นอกจากทรูวิชั่นส์จะต้องจ่ายค่าปรับแล้ว ยังต้องชดเชยค่าเสียหายให้กับลูกค้าด้วย ซึ่งนอกเหนือไปจากการอัพเกรดแพ็คเกจ อาจถึงขั้นยกเว้นค่าสมาชิกให้ด้วย 1 เดือน

อย่างไรก็ตามพ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า ผู้ประกอบการที่ต้องการทำธุรกิจด้านลิขสิทธิ์ จะต้องเลือกว่าจะทำธุรกิจบนรูปแบบใด หากเป็นเพย์ทีวี ก็ไม่ควรจะมาออกอากาศทางฟรีทีวี เมื่อเลือกออกอากาศทางฟรีทีวี ต้องไม่มีข้อจำกัดอีกว่า ห้ามออกอากาศในแพลตฟอร์มใด เพราะฟรีทีวีควรดูได้ทุกช่องทาง

ต่อมาวันที่ 13 มิถุนายน ทรูวิชั่นส์ออกแถลงการณ์กับสมาชิกว่า ไม่สามารถถ่ายทอดฟุตบอลยูโร 2012 ให้สมาชิกได้รับชมได้ โดยอ้างว่าได้พยายามเจรจา กับผู้ถือลิขสิทธิ์ในประเทศแล้ว เนื่องจากเจ้าของลิขสิทธิ์ในต่างประเทศพิจารณาว่า เป็นเรื่องของการให้ช่วงสิทธิ์ต่อ (Sublicensing ) จึงไม่อนุญาต ซึ่งทรูวิชั่น จะเยียวยาสมาชิกด้วยการมอบสิทธิพิเศษในทุกแพ็กเกจให้สมาชิก เป็นเวลา 1 เดือน

 

ทรูวิชั่นส์สกัดแกรมมี่ลงแชร์ตลาดเคเบิ้ล

 

อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันของผู้ถือลิขสิทธิ์ในรายการต่างๆ ที่มองเรื่องการค้าเป็นหลัก ซึ่งจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ได้พยายามเปิดช่องให้มีการเจรจามาตั้งแต่ปลายปี 2554 ก่อนที่จะมีการแข่งขัน เป็นสิ่งที่ทรูวิชั่นส์รู้ถึงเงื่อนไขต่างๆ ได้ดี เนื่องจากเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ มาแล้วมากมาย แต่อาจเพราะประเมินว่า มีลูกค้าอยู่ในมือถึงกว่า 2 ล้านราย เป็นเครื่องต่อรองที่ทำให้จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ไม่อาจปฏิเสธ แต่ในที่สุดก็กลายเป็นเรื่องผิดคาด เมื่อจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ปล่อยสัญญาณผ่านกล่องจีเอ็มเอ็มแซด และฟรีทีวีแทน โดยไม่ให้ทรูร่วมด้วย ทำให้ลูกค้าซึ่งเป็นผู้บริโภคนับล้านคนไม่ได้รับชมการแข่งขัน

 

ขณะที่ข้อมูลจากนักธุรกิจด้านเคเบิ้ลทีวีระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างแกรมมี่กับทรูที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลยูโร 2012 แต่เพียงอย่างเดียว สิ่งที่ซ่อนอยู่ก็คือ การขยายธุรกิจของแกรมมี่ ที่จะกระโดดเข้ามาในธุรกิจเคเบิ้ลทีวี ด้วยการเปิดขายกล่องจีเอ็มเอ็มแซด พร้อมกับการให้ดูถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2012 ด้วยราคา 1,590 บาท และไม่ต้องเสียค่ารายเดือน ซึ่งแม้จะหมดการแข่งขันฟุตบอลยูโรไปแล้ว ลูกค้าจะได้รับชมรายการอื่นจากเครือแกรมมี่อีกต่อไป ทั้งรายการบันเทิง ข่าว สารคดี ฯลฯ

ซึ่งหลังเกิดความขัดแย้งดังกล่าวและทำให้จอดำ มีลูกค้าของค่ายจานดาวเทียมต่างๆ ที่เป็นแฟนฟุตบอลจำเป็นต้องหันมาซื้อกล่องจีเอ็มเอ็มแซทเพิ่มขึ้น และบางรายถึงขั้นยกเลิกการเป็นลูกค้าของทรูวิชั่นส์ เนื่องจากไม่เห็นความพยายามที่ทรูจะสามารถดึงการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโรเข้ามาให้ดูได้

 

                       “หากจีเอ็มเอ็มแซดเข้ามาในวงการเคเบิ้ลทีวีแบบเปิดตัวแรงขนาดนี้ เท่ากับว่าทรูวิชั่นส์เริ่มมีคู่แข่งที่ชัดเจน และน่ากลัวกว่าจานยี่ห้ออื่นแล้ว และเมื่อแกรมมี่ขยับเพิ่มช่องบันเทิงเข้าไปอีก มีรายการอื่นๆ เข้าไปอีก เช่นต่อไปมีรายการข่าวด้วย เพราะเขาเข้าไปถือหุ้นในเครือหนังสือพิมพ์อยู่ในขณะนี้ หรืออาจได้ลิขสิทธิ์อื่นอีก แต่จะเรียกเก็บเงินค่าแพ็คเกจอีกเล็กน้อย ลูกค้าก็จะไม่รู้สึกอะไร เพราะคนส่วนใหญ่เมื่อติดกล่องเคเบิ้ลแล้วจะขี้เกียจเปลี่ยน หรือเสียค่าสมาชิกเพียงไม่กี่บาทเท่านั้น ขณะที่ราคาค่าสมาชิกของทรูวิชั่นส์ตอนนี้ก็นับว่าสูงมากในสายตาหลายคน นั่นเท่ากับว่าตลาดบางส่วนหรือฐานคนดูของทรูวิชั่นส์จะหายไป และถ้านานเข้าทรูวิชั่นส์ถือว่ามีคู่แข่งที่น่ากลัว และเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ลูกค้าทรูมองว่า ทรูไม่ใจไม่ถึง ไม่พยายามสู้เพื่อให้ได้มา ถามว่าทรูวิชั่นส์จ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่มให้ยูฟ่าได้หรือไม่ แค่ไม่กี่ล้านบาท เพราะยูฟ่าขายโฆษณาและอะไรไปหมดแล้ว ก็จ่ายได้ แต่ทำไมทรูจึงไม่ยอมจ่าย” แหล่งข่าวกล่าว

 

นอกจากนี้เมื่อไม่นานมานี้ทั้งสองบริษัทยังมีการเจรจาร่วมกันอีก ถึงการทำธุรกิจในอนาคตว่า จะมีการแบ่งสัดส่วนกันอย่างไร เพราะอีกไม่นานจะมีการเปิดประมูลลิขสิทธิ์ ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าแกรมมี่จะไม่ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไป หากต้องการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น หลังจากเตรียมจับมือกับหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่เปิดบริษัท เพื่อทำสื่อมัลติมีเดียโดยเฉพาะ กับสมาคมเคเบิ้ลทีวีแห่งประเทศไทย ซึ่งในสมาคมดังกล่าวล้วนมีความสัมพันธ์โยงใยกับกลุ่มการเมืองในรัฐบาลปัจจุบันมากมาย

 

ผู้บริโภคร้องถูกละเมิดสิทธิเข้าถึงสื่อ

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน กสทช.จัดเสวนาโต๊ะกลมเรื่อง “ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค : กรณีจอดำ ฟุตบอลยูโร 2012” เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า ปัญหาลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลยูโร 2012 สะท้อนให้เห็นการเข้าถึงสื่อ ทีวี ดาวเทียมต่างๆ วิธีการที่จะแก้ปัญหาในอนาคตคือ การยกเลิกระบบทีวีอนาล็อก ทำให้เป็นระบบดิจิตอลให้หมด ความเดือดร้อนของผู้บริโภคครั้งนี้ มาจากการแข่งขันของกลุ่มทุน นอกจากนี้ยังมีปัญหาหลักใหญ่ๆ ที่จะต้องแก้ไขกันในอนาคตคือ กฎหมายเกี่ยวกับกิจการวิทยุกระจายเสียงและโทรคมนาคมยังไปไม่ถึงปัญหาที่มีอยู่ และที่สำคัญคือการวางกติกาเกี่ยวกับลิขสิทธ์ต่างๆ และการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งการเจรจาครั้งนี้ คงจะไปได้แค่การแก้ปัญหาให้กับทรูวิชั่นส์ในเบื้องต้น และวางแผนในอนาคต

 

ด้านนางบุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวว่า กรณีของการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโรครั้งนี้ ผู้บริโภคถูกละเมิดสิทธิในการรับชม ขณะที่กลุ่มทุนมีการตกลงกัน ทางฟรีทีวีก็เห็นด้วย แต่ผู้ที่เสียสิทธิคือผู้บริโภค

 

                    “วันนี้เหมือนกับฟรีทีวีเป็นเส้นทาง เป็นถนน ชาวบ้านใช้เส้นทางนั้นอยู่ วันหนึ่งมีนักเลงมาจากไหนไม่รู้ มาคุมซอย เรียกเก็บเงิน ถ้าใครไม่จ่ายไม่ให้ผ่านทาง เหมือนกับเราในวันนี้ อยากจะดูบอล อยากจะผ่านทาง จะต้องเสียเงินค่าผ่านทางให้นักเลง”

 

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่รัฐไม่เคยให้ความสนใจกับผู้ได้รับสัมปทาน ว่าจะมีระบบการดูแลสัญญาณที่ส่งไปหรือไม่ เพราะการที่ประชาชนต้องซื้อจานดาวเทียมเพราะฟรีทีวี ไม่สามารถดูได้ ซึ่งรัฐไม่เคยตรวจสอบคุณภาพและดูแลผู้ได้รับสัมปทาน ซึ่งส่งผลไปถึงผู้บริโภคด้วย ดังนั้นสิ่งที่รัฐต้องดำเนินการคือ ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคได้ดูสิ่งที่เขาต้องการจะดู ทำให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ

 

                “สิทธิของประชาชนแค่จะดูฟรีทีวีให้ชัดยังไม่ได้ ต้องปรับเสาอากาศ ปรับหนวดกุ้ง ในที่สุดต้องซื้อจานดาวเทียม ทุกคนมัวแต่จะเร่งคลื่นความถี่ แต่การแก้ปัญหาง่ายๆ แค่ให้ทุกบ้านได้ดูฟรีทีวีชัดๆ ยังทำไม่ได้”

 

ประธานสหพันธ์ผู้บริโภคยังตั้งคำถามด้วยว่า การที่ประชาชนเข้าดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลครั้งนี้ไม่ได้ เป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และลิขสิทธิ์ที่ทางแกรมมี่อ้างว่าได้จากยูฟ่านั้น มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญหรือไม่ และหน่วยงานที่กำกับดูแลสามารถดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิในการรับชมทุกอย่างจากฟรีทีวีทำได้หรือไม่  หากทำไม่ได้ควรจะลาออกและให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน

 

โวยรัฐไม่ตรวจสอบระบบทำให้เกิดช่องทางอื่น

 

ขณะที่ นายประวิทย์ มาลีนนท์ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 กล่าวว่า เรื่องลิขสิทธ์การถ่ายทอดสดไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เกิดมานานแล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่เทคโนโลยี ที่พัฒนาไปจนตามไม่ทัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือคนดูคนเดิม รายการเดียวกัน แต่เปลี่ยนช่องทางไปรับสัญญาณแบบอื่น ทำให้ผู้บริโภคต้องเปลี่ยนช่องทาง ปัญหาจึงตกอยู่ที่ผู้บริโภค ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยสนใจคุณภาพของการส่งสัญญาณที่ไม่ชัด ทำให้ผู้บริโภคต้องหันไปหาช่องทางอื่น เช่น การติดตั้งจานดาวเทียมเพื่อให้รับสัญญาณได้ชัด ที่ผ่านมา ฟรีทีวีได้สิทธิจำกัด ไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง ขอให้กสทช.ช่วยเข้าไปตรวจสอบดูแลด้วย

ทั้งนี้ถ้าปัญหาเกิดจากเรื่องลิขสิทธิ์ จึงขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้จ่ายเงิน ถ้าหากรัฐจะแก้ปัญหานี้ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้ชม รัฐต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อลิขสิทธิ์หรือจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกธุรกิจ

อย่างไรก็ตามผู้บริหารช่อง 3 มองว่า ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดครั้งนี้จะไม่เป็นปัญหา ถ้าไม่มีการเผยแพร่ผ่านฟรีทีวี เพราะมีการนิยามฟรีทีวีต่างกัน ยูฟ่าห้ามเผยแพร่ข้ามพรมแดน แต่ไม่กีดกันการเผยแพร่ผ่านฟรีทีวี ซึ่งไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นการจำกัดสิทธิ

ในขณะที่ผู้แทนจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 กล่าวเช่นเดียวกับผู้บริหารช่อง 3 ในเรื่องของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดที่มีมานานแล้ว ซึ่งครั้งนี้จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ซื้อลิขสิทธิ์มา 400 ล้านบาท

 

ผู้บริหารช่อง 9 ชี้ต้องยอมรับเรื่องลิขสิทธิ์

 

ส่วนผู้บริหารจากองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ช่อง 9 ระบุว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้วเคยเกิดปัญหาแบบนี้ ตั้งแต่ยังไม่มีทรูวิชั่นส์ แต่ไม่มีคนเดือดร้อนมากขนาดนี้ ซึ่งเรื่องลิขสิทธิ์จะทำอะไรมากไม่ได้ ถ้ามีการละเมิดลิขสิทธิ์จะเสียหายมาก และในแง่ของกฎหมายยังไม่มีกฎหมายใดจะสามารถยกเลิกกฎหมายลิขสิทธิ์ได้ และทุกช่องต้องทำตาม

ทางด้าน ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ ประธานสมาคมทีวีดาวเทียม กล่าวว่า ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์น่าจะจบลงได้เมื่อประเทศไทยมีการตั้งกสทช.ขึ้น เรื่องนี้เกี่ยวโยงตั้งแต่เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และการเมือง วันนี้มีการพูดกันถึงเรื่องเทคโนโลยีและการพัฒนา ซึ่งทำให้เกิดปัญหา ในขณะที่กฎหมายเมื่อ  20 ปีที่แล้ว ไม่มีการพูดถึงเทคโนโลยี อย่างไรก็ตามในที่ประชุมมีการพูดถึงประเด็นการโฆษณาเกินจริงของทีวีดาวเทียม ที่ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าสมาชิก แต่ในความเป็นจริงไม่เคยมีการตรวจสอบว่า ดำเนินการตามนั้นหรือไม่ ซึ่งกสทช.ต้องตรวจสอบด้วย

 

 

แกรมมี่ให้สภาทำหนังสือถึงยูฟ่าขอดูสัญญาถ่ายทอดสด

 

ด้านผู้แทนจากแกรมมี่ นายเดียว วีรรัตกุล กล่าวว่า การได้ลิขสิทธิ์มาเป็นเรื่องถูกต้อง ส่วนฟรีทีวีที่ได้ถ่ายทอดเป็นบางคู่คือ ช่อง 3 ช่อง 5 และช่อง 9 มีการเจรจา แบ่งรายได้หาโฆษณาข้อตกลงเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด และการเกิดจอดำไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เกิดได้ทุกครั้ง การที่แกรมมี่ได้ลิขสิทธิ์จากยูฟ่า ต้องมีข้อเงื่อนไขบางประการ เช่น ฐานผู้ชมจะต้องมีจำนวน 10 ล้านคนขึ้นไป ดังนั้นแกรมมี่จึงประสานและตกลงกับฟรีทีวีในบางช่อง รวมถึงต้องไม่ให้สัญญาณออกอากาศไปนอกประเทศด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้เพื่อเป็นความพอใจของทุกฝ่าย แกรมมี่ได้ขอให้ทางรัฐสภาทำหนังสือถึงยูฟ่าเพื่อขอดูสัญญาในการถ่ายทอดสดด้วย ซึ่งเราพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ความกระจ่าง และให้ทุกฝ่ายพอใจ

 

 

 

กสทช.สรุป 3 ข้อ แก้ปัญหาถ่ายทอดบอลยูโร

 

ด้าน นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา คณะกรรมการ กสทช. กล่าวว่า แม้จะมีลิขสิทธิ์ แต่ลิขสิทธิ์นั้นมีข้อกำหนด ถ้าหากมีการสัญญากับผู้บริโภคและมีการซื้อขาย ต้องมีการเยียวยาและชดใช้ ทั้งนี้ความล้มเหลวของการสื่อสารโทรคมนาคมคือ ไม่มีการดูแลคุณภาพผู้บริโภค เมื่อมีโทรทัศน์ดาวเทียมเกิดขึ้น กลุ่มคนมีฐานะสามารถดูได้ ในขณะที่ชาวบ้านที่ไม่มีกำลังจ่ายจะไม่ได้ดู

 

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการแสดงความคิดเห็น เพื่อหาข้อทางออกสำหรับกรณีลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2012 ครั้งนี้ กสทช.สรุปว่า แกรมมี่ต้องเจรจากับยูฟ่าเพื่อให้ปลดล็อก ให้สามารถถ่ายทอดสดทางจานดำ PSI ได้ โดยมีเงื่อนไขว่า PSI จะต้องไม่ส่งสัญญาณออกนอกประเทศ ส่วนฟรีทีวี ช่อง 3 ช่อง 5 และช่อง 9 จะต้องร่วมรับผิดชอบด้วยทางใดทางหนึ่ง เกี่ยวกับกรณีนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาการปรับผังรายการเดิมของช่องเพื่อถ่ายทอดฟุตบอลยูโร 2012 นั้น ไม่ได้มีการขออนุญาตต่อกสทช. และสุดท้ายกรณีทรูวิชั่นส์ต้องเจรจากับกสทช. เพื่อหามาตรการชดเชยเยียวยาสมาชิกให้เหมาะสมด้วย

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: