เยาวชนจี้ผนวกสิทธิสวล. เข้าสู่ 'ปฏิญญาอาเซียน'

16 พ.ย. 2555 | อ่านแล้ว 280 ครั้ง

 

กลุ่มสมาคมเยาวชนเขมร กลุ่มศูนย์รวมประชาชนเพื่อการพัฒนาและสันติ และกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมทำพิธีทางศาสนาสวดมนต์หน้าอนุสาวรีย์วิมานเอกราช กลางกรุงพนมเปญ ทั้งนี้นักกิจกรรมรณรงค์ได้มีการแสดงป้ายส่งสาส์นข้อความถึงผู้นำชาติอาเซียน ให้หันมาสนใจประเด็นสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมและผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิมนุยษยชน โดยป้ายดังกล่าวมีข้อความว่า “สิทธิด้านสิ่งแวดล้อมคือสิทธิมนุษยชน (Human Rights = Environmental Rights)” 

 

นาย ยง คิม อัง ประธานกลุ่มศูนย์รวมประชาชนเพื่อการพัฒนา กล่าวว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งภูมิภาคของโลกที่มีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การพัฒนาดังกล่าวไม่ควรต้องแลกกับการลิดรอนสิทธิมนุษยชน เราเรียกร้องให้ผู้นำประเทศในอาเซียนตระหนักถึงสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การเข้าถึงน้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ และการมีสิ่งแวดลอมที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิทธิมนุษยชนเช่นกัน

 

นายยง คิม อัน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันนี้ประเทศกัมพูชาสูญเสียพื้นที่ป่าไปมากจากการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่และสัมปทานตัดไม้ ซึ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีอัตราการทำลายป่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆทั่วโลก  แม้ว่าการตัดไม้ทำลายป่าเหล่านี้จะเป็นเรื่องภายในของแต่ละประเทศแต่ผลกระทบของเรื่องดังกล่าวนั้นมีผลต่อชาติอื่น ๆ ด้วย ด้วยเหตุนี้เองเราจึงแนะนำให้กลุ่มประเทศอาเซียนใช้มาตราการจัดการสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นมิตรและจัดทำการประเมินผลด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศให้เป็นหนึ่งหลักการที่เตรียมพร้อมกับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

 

นาย ชามเริง มาก ประธานสมาคมเยาวชนเขมร กล่าวว่า ที่ประชุมควรมีการหารือถึงมาตรการเกี่ยวกับการปกป้องสภาพภูมิอากาศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีผลมาจากความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นของภูมิภาคและในประเทศกัมพูชาเอง ซึ่งหนึ่งในมาตรการนั้นก็คือ การยุติการใช้พลังงานสกปรก ที่ได้มาจากถ่านหิน ในฐานะเยาวชนพวกเราขอสวดมนต์เรียกร้องให้ผู้นำในภูมิภาคของเราสร้างความมั่นใจว่าอนาคตที่ดีต้องมาจากการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ

 

การประชุมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อพิจารณาแผนการปฏิบัติร่วมกันของสิบประเทศเพื่อนำไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2558 ซึ่งแผนดังกล่าวครอบคลุมถึงการสร้างสะพาน ถนน โรงไฟฟ้า และระบบอินเตอร์เนต เพื่อเชื่อมสิบประเทศเข้าไว้ด้วยกัน การใช้หนังสือเดินทางร่วมกัน เพื่อเพิ่มการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม ความรู้ระหว่างกัน และยังรวมไปถึงการพัฒนาด้านธุรกิจและกิจกรรมต่าง ๆ ภายในภูมิภาคเพิ่มขึ้น

 

สำหรับการประชุมผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ประเทศในครั้งนี้ คาดว่าจะมีการลงนามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นกรอบการทำงานภายใต้คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียน ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ก่อนหน้านี้ร่างปฏิญญาดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง จากกลุ่มภาคประชาสังคมเพราะหลักการในปฏิญญาดังกล่าว ไม่ครอบคลุมตามที่องค์การสหประชาชาติกำหนดไว้ แต่เรื่องขาดตกบกพร่องดังกล่าว ไม่ควรนำมาเป็นข้อแก้ตัว ในการที่จะไม่รับพิจารณาข้อเรียกร้อง ว่าด้วยเรื่องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมของประชาชนอาเซียน ในระหว่างการเตรียมการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กลุ่มสมาคมเยาวชนเขมร กลุ่มศูนย์รวมประชาชนเพื่อการพัฒนาและสันติ และกรีนพีซ เรียกร้องให้ผู้นำประเทศอาเซียนนำวาระดังกล่าวเข้าหารือร่วมกับคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียน ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเพื่อสร้างมาตรฐานสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับองค์การสหประชาชาติภายใต้กรอบ คุ้มครอง เคารพ และ เยียวยา

 

จากการศึกษาพบว่า หากไม่มีมาตรการดังกล่าวเป็นสิ่งคุ้มกัน การพัฒนาไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะทำลายสิ่งแวดล้อมและเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผลกระทบวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ สถาบันพลังงานเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นคาดการณ์แนวโน้มการพัฒนาในปัจจุบันว่าภายในปี พ.ศ. 2573 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ร่วมกันของกลุ่มประเทศอาเซียนจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5  จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 3.5

 

ขณะที่ นางเซลดา โซริยาโน เจ้าหน้าที่ด้านนโยบายของกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การมาเยือนของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ในการประชุมสุดยอดผู้นำครั้งนี้ ผู้นำอาเซียนต้องใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกา เข้าร่วมกับสหภาพยุโรปในการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือทางการเงินในเรื่องดังกล่าวกับประเทศที่อ่อนไหวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า ซึ่งหากเรื่องนี้ไม่มีการประชุมหารือในที่ประชุมอย่างเร่งด่วน ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะสร้างความเสียหายแก่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังจะเป็นอุปสรรคต่อการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

 

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ