คนลุ่มน้ำปากพนังต้านโรงไฟฟ้า ชี้ทำลายแหล่งอาหารของภาคใต้

วันชัย พุทธทอง ศูนย์ข่าว TCIJ 15 เม.ย. 2555 | อ่านแล้ว 628 ครั้ง

 

เครือข่ายรักษ์บ้านเกิดลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ประมาณ 5,000 คน ชุมนุมที่ตลาดนัดเปิดท้ายบ้านสี่แยกหน้าศาล อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช  คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ที่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวิถีชีวิตของชุมชน ที่ต้องอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในการดำรงชีพ

นครศรีธรรมราชเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของประเทศ และแหล่งรายได้หล่อเลี้ยงผู้คนหลายแสนคน ด้วยมูลค่าเศรษฐกิจหลายหมื่นล้านบาทต่อปีจากการทำนา เลี้ยงกุ้ง ประมงชายฝั่ง และรังนกนางแอ่น โดยมีการเคลือนขบวนจากอ.ปากพนัง มาสมทบกับชาวอ.หัวไทร เพื่อทำกิจกรรมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินร่วมกัน มีการแสดงของเด็กๆ มีเวทีอภิปราย และมีการแสดงดนตรีจากเครือข่ายศิลปินภาคใต้ อาทิ แสง ธรรมดา ตุด นาคอน พิมพ์นิยม หนุ่ย หยาดน้ำค้าง ติ๊ก ไทลากูน

นายรอง แก้วสกุล สมาชิกเครือข่ายลุ่มน้ำปากพนัง กล่าวว่า การทำกิจกรรมเพื่อประกาศว่า คนลุ่มน้ำปากพนังไม่ต้องการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นแผนที่กฟผ.ยืนยันว่า เป็นหนึ่งในตัวเลือกลำดับแรกๆ แต่การสร้างจะโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในพื้นที่อ.หัวไทร ต้องแลกกับต้นทุนวิถีชีวิตของชาวบ้านลุ่มน้ำปากพนังกว่า 600,000 ชีวิต คิดเป็นมูลค่ามหาศาล

นายรองกล่าวต่อว่า จากความพยายามของภาครัฐในการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งแรกในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง มีคำถามว่าเหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นจริงในพื้นที่หรือไม่อย่างไร เนื่องจากมีผลการศึกษาวิจัยศักยภาพพลังงานหมุนเวียนจากหน่วยงานด้านพลังงานของรัฐและผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษามีคำตอบชัดเจนว่า นครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการผลิตพลังงานหมุนเวียนได้มากกว่าความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า ทั้งในปัจจุบันและอนาคตของจังหวัดเสียอีก หากแต่การนำศักยภาพพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่มาใช้ยังน้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งศักยภาพจากพลังงานลม ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลของอ.ปากพนัง หัวไทร ท่าศาลา สิชล และขนอม

 

“ทางเครือข่ายจะคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน และเสนอทางเลือกให้รัฐบาลให้ความสำคัญและสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น หากรัฐบาลสามารถทำได้ ไม่ใช่เฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้นที่จะตบมือให้ ทั่วโลกก็ให้การยอมรับว่า เป็นแนวความคิดที่ฉลาด มีความก้าวหน้าเนื่องจากกระแสโลก หันมาให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานที่สะอาด ยุคของการใช้พลังงานสกปรก ที่ได้จากถ่านหินผ่านพ้นไปแล้ว”

 

ด้านนายครองศักดิ์  แก้วสกุล ประธานเครือข่ายรักษ์บ้านเกิดลุ่มน้ำปากพนัง กล่าวว่า คนลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เคลื่อนไหวให้รัฐบาลและพวกการไฟฟ้ารับรู้ว่า กว่า 2 ปี ที่กฟผ. มีแผนที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 2 แห่ง ขนาด 800 เมกะวัตต์ ในพื้นที่อ.ท่าศาลา และ หัวไทร เพื่อเป็นพลังงานป้อนเข้าสู่โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ หรือเซาเทิร์นซีบอร์ด ที่ผ่านมากฟผ.มุ่งใช้เงินจัดตั้งมวลชน และประชาสัมพันธ์ฝ่ายเดียว โดยไม่ยอมฟังเสียงคัดค้านจากกลุ่มคนที่มีส่วนได้เสีย

นอกจากนี้กฟผ.ยังให้การสนับสนุนงบประมาณแก่นักการเมืองท้องถิ่นบางคน เพื่อเป็นกระบอกเสียง โดยไม่ยอมรับฟังความเห็นต่าง วันนี้ประชาชนไม่ยอมรับกระบวนการทำงานกฟผ. ที่มุ่งเอาแต่ได้ สร้างความแตกแยก ใช้เงินเดินหน้าในการทำงาน ซึ่งเป็นการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ที่ไม่สง่างาม กฝผ.ไม่ควรใช้วิธีการที่ไม่โปร่งใส่เข้ามาผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่อีกต่อไปเพราะจะเกิดความเสียหายต่อทุกภาคส่วน

นายครองศักดิ์กล่าวอีกว่า ลุ่มน้ำปากพนังเป็นพื้นที่มีชีวิต รูปธรรมที่ชัดเจน  เป็นแหล่งปลุกผัก นาข้าว ขนาดใหญ่อันดับต้นๆของพื้นที่ภาคใต้ เป็นพื้นที่ส่งเสริมการเลี้ยงกุ้ง และเป็นพื้นที่ของประเทศไทยที่มีเลี้ยงนกนางแอ่น หากมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จะทำลายเศรษฐกิจหมื่นล้าน ที่เป็นของพื้นที่ในชั่วเวลาไม่นานนัก และขอย้ำว่าชาวลุ่มน้ำปากพนังไม่ได้ปฏิเสธแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ แต่เราเลือกที่จะสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมที่มาจากฐานทรัพยากรในจังหวัด เกิดการต่อยอดมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์การประมง การเกษตร ด้วยการส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตอาหาร เครือข่ายรักษ์บ้านเกิดลุ่มน้ำปากพนังจึงขอเสนอให้หยุดการดำเนินการใดๆเรื่องการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ทันที โดยไม่มีเงื่อนไข

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ