ครูตาดีกา3จว.ภาคใต้จี้รัฐให้สวัสดิการครู-นักเรียน แนะเชื่อมหลักสูตรอิสลามศึกษากับโรงเรียนของรัฐ

ฮัสซัน โตะดง โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (DSJ) 6 พ.ย. 2555


 

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ  อ.เมือง  จ.ยะลา มีการสัมมนาวิชาการ “การพัฒนาอิสลามศึกษาในโรงเรียนของรัฐและศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา)” โดยมี ดร.กมล รอดคล้าย  ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้อำนวยการสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ 12 ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1, 2 และ 3 ผู้อำนวยการโรงเรียนของรัฐ  ประธานศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคณะกรรมการชมรมตาดีกาจังหวัดยะลาเข้าร่วม

 

นายสาโรช จรจิตต์ หัวหน้าศูนย์พัฒนาอิสลามศึกษาสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ 12เปิดเผยว่า การสัมมนาครั้งนี้เป็นการระดมความคิดเห็น จากบรรดาครูสอนศาสนาอิสลามในโรงเรียนของรัฐและครูสอนศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) เพื่อจัดทำมีข้อเสนอ ในประเด็นปัญหาความซ้ำซ้อนของการจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาที่เป็นอยู่

 

 

การสัมมนาครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ประธานศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) และผู้บริหารโรงเรียนรัฐ ได้พบปะแลกเปลี่ยนระดมความคิด เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพและบูรณาการการจัดการศึกษาในโรงเรียนของรัฐ และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด(ตาดีกา) พร้อม ๆ กัน และเพิ่มศักยภาพกระบวนการบริหารทางการศึกษาแบบยั่งยืน เพื่อนำไปพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพมากขึ้น เพราะเด็กเป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน

 

ในการสัมมนาครั้งนี้ครูสอนศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) และครูสอนศาสนาอิสลามในโรงเรียนของรัฐ มีข้อเสนอต่อภาครัฐ เพื่อการพัฒนาการเรียนการสอนอิสลามศึกษา และแก้ปัญหาความซ้ำซ้อน 5 ข้อ คือ

 

1.รัฐจะต้องปรับปรุงและพัฒนาให้หลักสูตรอิสลามศึกษาที่ใช้ในโรงเรียนของรัฐ กับหลักสูตรการเรียนการสอนที่ใช้ในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ให้เหมือนกัน และสามารถเชื่อมโยงกันได้

2.รัฐจะต้องส่งเสริมและพัฒนาครูสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนของรัฐ กับครูผู้สอนในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจัดการกระบวนการเรียนรู้

3.ให้รัฐสนับสนุนในเรื่องสวัสดิการแก่ครูผู้สอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนของรัฐกับครูผู้สอนในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร เป็นต้น

4.รัฐจะต้องสนับสนุนสื่อการเรียนการสอนแก่หลักสูตรอิสลามศึกษา ในโรงเรียนของรัฐกับศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา)

5.รัฐจะต้องวางแผนในเรื่องกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนร่วมกัน แก่ครูผู้สอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนของรัฐ กับครูผู้สอนในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน เนื่องจากที่ผ่านมาทั้งโรงเรียนของรัฐและตาดีกาจัดกิจกรรมที่เหมือนๆ กัน

 

 

 

 

ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวนี้ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะนำไปประมวล เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ ปัญหา และอุปสรรค์ จากนั้นจะมีการดำเนินการต่อไป

 

นายอาฮะมะสุกรี ดาโอะซีตี เลขาธิการชมรมโรงเรียนตาดีกาจังหวัดปัตตานี กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาที่เป็นอยู่ว่า รัฐควรสนับสนุนงบประมาณแก่มูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนำงบประมาณมาพัฒนาบุคคลกรและนักเรียน มากกว่าที่รัฐจะผู้ดำเนินการในเรื่องการพัฒนาโรงเรียนตาดีกาเสียเอง เพราะไม่มีหน่วยงานใดมีความเข้าใจโรงเรียนตาดีกาได้มากกว่าองค์กรที่ดูแลอยู่

 

นายอาฮะมะสุกรีกล่าวว่า ทางมูลนิธิศูนย์ประสานงานฯ มีการพัฒนาครูผู้สอนมาโดยตลอดอยู่แล้ว เพียงแต่มีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณ ทำให้ขาดการรับรู้จากสังคมทั่วไป เช่น มูลนิธิศูนย์ประสานงานฯ มีกิจกรรมอบรมครูสอนโรงเรียนตาดีกาอย่างน้อยปี 1 ครั้ง

 

            “มูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกาฯ มีกิจกรรมการพัฒนานักเรียนตาดีกามากว่า 31 ปีแล้ว มีทั้งกิจกรรม ภาคสนาม คือ การแข่งขันกีฬาตั้งแต่ระดับตำบลจนถึงระดับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกิจกรรมภาคเวที เช่น การแข่งขันตอบปัญหาศาสนาอิสลาม การแข่งขันอ่านอัล-กรุอาน การแข่งขันอนาซีด การแข่งขันคัดลายมือภาษาอาหรับและการอบรมนักเรียนตาดีกาภาคฤดูร้อนเป็นต้น” นายอาฮะมะสุกรีกล่าว

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: