Sexwork is work พนักงานบริการย่อมเป็นแรงงาน

สหภาพคนทำงาน Workers' Union 26 เม.ย. 2564 | อ่านแล้ว 641 ครั้ง

Sexwork is work พนักงานบริการย่อมเป็นแรงงาน

 
อาชีพขายบริการทางเพศเป็นอาชีพที่เก่าแก่อยู่คู่กับสังคมไทยมาเป็นเวลานาน แต่ไม่มีซักยุคสมัยที่การขายบริการได้รับการรับรองและคุ้มครองจากกฎหมายในฐานะแรงงาน แม้ว่าจะเป็นอาชีพที่สุจริตไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่รัฐยังคงสร้างกฎหมายเพื่อเอาผิดพนักงานบริการมาโดยตลอด
 
มีการประมาณการว่ามีพนักงานบริการทั้งหญิงและชายทุกช่วงอายุในประเทศไทยประมาณ 200,000-1,000,000 คนในประไทย ส่วนใหญ่อยู่ตามแหล่งท่องเที่ยว เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และอุตสาหกรรมนี้สร้างรายได้เข้าประเทศไม่น้อยในแต่ละปี
 
ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่บีบคั้นจากความเหลื่อมล้ำที่ไม่เคยหายไปจากสังคมไทยซ้ำยังทวีคูณขึ้นจากการบริหารรัฐบาลที่เอื้อให้อภิสิทธิ์ชนเพียง 1% บนยอดพีรามิด จึงเป็นสิ่งผลักดันให้คนจำนวนมากต้องผันตัวมาเป็นพนักงานบริการเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เพราะค่าแรงเพียง 300 บาทต่อวันนั้นไม่อาจทำให้ครอบครัวของตนเองนั้นอิ่มท้องได้
 
“ทำงานอยู่ดี ๆ โดยไม่มีปัญหาพึ่งพาตนเองแต่กลับมีปัญหาโรคโควิด ไม่คิดจะโทษใครแต่ทำไมเขาต้องโทษเรา ไม่คิดจะเอาเปรียบใคร ขอแค่ได้ทำงานอย่างบริสุทธิ์ใจและไม่คดโกงใครก็รู้สึกภูมิใจแล้ว แต่กลับต้องโดนกล่าวหา มันยุติธรรมแล้วหรอ”
 
พนักงานบริการมีความผิดอย่างไรหากอาชีพที่ตนเองประกอบนั้นเป็นอาชีพสุจริต หากอาชีพนี้เป็นหนทางเพื่ออยู่รอดในสภาพเศรษฐกิจที่เหลื่อมล้ำจนไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ และความต้องการมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมนั้นเป็นความผิดหรือไม่ถ้าใช้วิถีทางที่สุจริต
 
สถานะของการขายบริการที่ผิดกฎหมายทำให้ อำนาจในการต่อรองของพนักงานบริการนั้นถูกริบไปและทำให้การคุ้มครองทางกฎหมายไม่ครอบคลุมกับอาชีพนี้อีกด้วย นายจ้างจึงออกกฎระเบียบที่ไม่เป็นธรรมและเลวร้ายต่อพนักงานบริการ เช่น ตั้งฐานเงินเดือนที่ต่ำ วันหยุดต่อเดือนที่น้อยกว่ากฎหมายกำหนด สภาพการทำงานสร้างปัญหาสุขภาพในระยะยาว
 
“สวัสดิการหาในบาร์ยาก ไม่มีเลยจ่ะ ไม่มีอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว วันหยุดชดเชยก็ไม่มี”
 
ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด 19 อาชีพบริการได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากภาครัฐปิดสถานบริการต่าง ๆ ลง ประกอบกับการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติที่หายไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้รายได้หลักของพนักงานบริการหายไป พนักงานบริการบางส่วนไม่มีรายได้พอที่จะประทังชีวิต
 
เห็นได้ว่ารัฐไม่เคยเหลียวแลอาชีพบริการ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อพนักงานบริการไม่ใช่แรงงานตามกฎหมาย มาตรการเยียวยาและสวัสดิการต่าง ๆ เช่น ประกันสังคม จึงไม่ถูกจัดสรรให้ จากการเก็บข้อมูลของมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการเกี่ยวกับเงินเยียวยาที่ภาครัฐที่ให้กับพนักงานพบว่ากว่าครึ่งไม่ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล
 
แม้ว่าพนักงานบริการในประเทศไทยจะมีจำนวนมากและมักกระจุกตัวกันอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวแต่การรวมตัวกันสร้างสหภาพเพื่อต่อรองกับนายจ้างและอำนาจรัฐนั้นยังไม่มีให้เห็นมากนัก อาจด้วยอำนาจอิทธิพลเถื่อนของนายจ้างและเจ้าหน้าที่รัฐหรือศีลธรรมทางสังคมที่กดขี่ความคิดของพนักงานบริการเอาไว้
 
ถึงเวลาแล้วที่พนักงานบริการต้องรวมตัวกันเพื่อทวงคืนอำนาจต่อรองที่ถูกริบไปเพราะกฎหมาย และต่อสู้เรียกร้องสภาพการทำงานที่ดีกว่า รายได้ที่เป็นธรรมกว่า เพราะพนักงานบริการก็เป็นแรงงานเช่นกัน ไม่ได้เป็นอาชญากร คนสกปรก คนแพร่เชื้อ เลวทรามต่ำช้าอย่างที่เขาหลอกลวง
 
โปรดลุกขึ้นมาทวงสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย สิทธิในการเรียกร้องชีวิตที่ดีกว่า และสิทธิแรงงานที่หล่นหายไปกลับมา
 
ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: