แนะผู้ส่งออกเตรียมความพร้อมก่อน EU ใช้ กม.ปรับคาร์บอนข้ามพรมแดน ปี 2566

กองบรรณาธิการ TCIJ 13 ต.ค. 2564 | อ่านแล้ว 806 ครั้ง

แนะผู้ส่งออกเตรียมความพร้อมก่อน EU ใช้ กม.ปรับคาร์บอนข้ามพรมแดน ปี 2566

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศแนะผู้ส่งออกเตรียมความพร้อม ก่อน EU ใช้ กม.ปรับคาร์บอนข้ามพรมแดน ปี 2566 โดยกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้า 5 ประเภท ได้แก่ ซีเมนต์ ไฟฟ้า ปุ๋ย เหล็กและเหล็กกล้า และอลูมิเนียม ต้องซื้อใบรับรอง CBAM ตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ รายงานเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2564 ว่านางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สหภาพยุโรป (อียู) เตรียมใช้มาตรการปรับคาร์บอนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism หรือ CBAM) ในปี 2566 โดยกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้า 5 ประเภท ได้แก่ ซีเมนต์ ไฟฟ้า ปุ๋ย เหล็กและเหล็กกล้า และอลูมิเนียม ต้องซื้อใบรับรอง CBAM ตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อกระตุ้นให้ประเทศผู้ส่งออกเร่งผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมตามที่อียูกำหนด โดยอียูได้เผยแพร่ร่างระเบียบ CBAM ทางเว็บไซต์ https://eur-lex.europa.eu/legal-content/en/TXT/?uri=CELEX:52021PC0564

สำหรับมาตรการดังกล่าว ในช่วง 3 ปีแรก (2566-2568) ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ผู้นำเข้าจะต้องแจ้งข้อมูลปริมาณการนำเข้าและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้านำเข้าต่ออียู และตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 จะเริ่มบังคับใช้มาตรการ CBAM อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้นำเข้าต้องซื้อและส่งมอบใบรับรอง CBAM ให้หน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศสมาชิกอียู และมีความเป็นไปได้มากที่หลังจากนั้น อียูจะขยายมาตรการให้ครอบคลุมไปถึงสินค้าประเภทอื่นๆ ด้วย

นางอรมน กล่าวว่า ขณะนี้ อียูได้ขยายเวลาการเปิดรับฟังความเห็นต่อร่างกฎหมาย CBAM ไปจนถึงเที่ยงคืนของวันที่ 18 พ.ย. 2564 นี้ (เวลาบรัสเซลส์) กรมฯ จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจหรือมีข้อกังวลต่อมาตรการดังกล่าว สามารถส่งความเห็นได้ที่เว็บไซต์ https://ec.europa.eu/info/law/better-regulation/have-your-say/initiatives/12228-EU-Green-Deal-carbon-border-adjustment-mechanism-_en

นอกจากนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างจัดทำความเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าวเช่นกัน โดยเฉพาะข้อกังวลในเรื่องความสอดคล้องกับกติกาขององค์การการค้าโลก (WTO) ความสุ่มเสี่ยงว่าจะเป็นการเลือกปฏิบัติระหว่างผู้นำเข้ากับผู้ผลิตในอียู และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการค้าระหว่างสองฝ่ายอีกด้วย

"ผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าไปอียู ควรเตรียมความพร้อมในการปรับตัวรับมาตรการ CBAM ที่จะเกิดขึ้นในปี 2566 ซึ่งรัฐและเอกชนจะต้องร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกระบวนการผลิตไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และใช้พลังงานทางเลือกที่ปกป้องสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศมากขึ้น นอกจากนี้ กรมฯ ได้ประสานกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อเตรียมรับมือในเบื้องต้นกับมาตรการดังกล่าวแล้ว"นางอรมน ระบุ

ทั้งนี้ ในปี 2563 ไทยส่งออกสินค้าตามรายการที่ครอบคลุมในมาตรการ CBAM ไปยังอียู เป็นมูลค่า 145.08 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 4.25% ของการส่งออกสินค้าดังกล่าวของไทยไปสู่โลก ประกอบด้วย เหล็กและเหล็กกล้า 104.46 ล้านเหรียญสหรัฐ (5.03% ของการส่งออกของไทยไปสู่โลก) อลูมิเนียม 40.62 ล้านเหรียญสหรัฐ (4.58% ของการส่งออกของไทยไปสู่โลก) ส่วนซีเมนต์ ปุ๋ย และไฟฟ้า ไทยส่งออกไปอียูในปริมาณที่น้อยมาก หรือไม่มีการส่งออก

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: