ปลัดคมนาคมยืนยัน 'คดีโฮปเวลล์' สามารถรื้อฟื้นคดีต่อสู้ได้

กองบรรณาธิการ TCIJ 11 ส.ค. 2562

ปลัดคมนาคมยืนยัน 'คดีโฮปเวลล์' สามารถรื้อฟื้นคดีต่อสู้ได้

ปลัดกระทรวงคมนาคมยืนยันคดีโฮปเวลล์สามารถรื้อฟื้นคดีต่อสู้ได้ทั้งประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ขณะที่อัยการเสนอหยิบประเด็นการถอนหุ้นจากโฮปเวลล์ประเทศไทยใช้ต่อสู้คดี ที่มาภาพ: สำนักข่าวไทย

สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2562 นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงประเด็นการรื้อฟื้นคดีค่าโง่โฮปเวลล์ ที่ก่อนหน้านี้สำนักงานอัยการได้นำเสนอข้อมูลเพื่อทำการรื้อฟื้นคดีกลับมาต่อสู้อีกครั้ง โดยผู้สื่อข่าวถามว่าประเด็นข้อกฎหมายที่จะหยิบยกมาต่อสู้นั้น มีประเด็นอะไรบ้าง ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่ายังไม่ทราบประเด็นทางข้อกฎหมายที่อัยการจะหยิบยกมาต่อสู้ แต่เบื้องต้นทราบว่าการรื้อฟื้นคดีมาต่อสู้นั้น มีประเด็นใหม่ที่สามารถต่อสู้ได้ ทั้งประเด็นข้อกฎหมายและประเด็นข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประเด็นสำคัญที่จะนำมาฟื้นคดีโฮปเวลล์ คือ ประเด็นที่บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด (สัญชาติฮ่องกง) ถอนหุ้นออกจากบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด และมีนิติบุคคลอื่นเข้ามาถือหุ้นแทน

สำหรับการลงนามสัญญาระหว่างโฮปเวลล์และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2533 กำหนดให้มีการตั้งบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนในไทยเพื่อรับสัญญาสัมปทาน 30 ปี โดยสัญญาเริ่มมีผลวันที่ 6 ธ.ค. 2534 มีเงื่อนไขสำคัญให้บริษัทโฮปเวลล์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด (สัญชาติฮ่องกง) ต้องคงการถือหุ้นในบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด อย่างน้อย 30% ของเงินทุนจดทะเบียน ตามข้อเสนอของกรมอัยการ รวมทั้งสัญญากำหนดให้การจัดตั้งบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินการเฉพาะกิจการสัมปทานเท่านั้น

ทั้งนี้ ข้อมูลการยื่นสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ของบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่าการรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2548 เป็นครั้งสุดท้ายที่ปรากฏมีชื่อผู้ถือหุ้น โดยบริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด และนายกอร์ดอน วู ยิง เช็ง นักธุรกิจที่เป็นผู้เสนอลงทุนโครงการดังกล่าว

โดยก่อนหน้านั้น การยื่นเอกสาร บอจ.5 พบการระบุจำนวนหุ้น 600 ล้านหุ้น ถือโดยบริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด ที่ถือหุ้นมากที่สุด 599,994,000 หุ้น ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อย 6 คน ๆ ละ 1,000 หุ้น คือ นายกอร์ดอน วู ยิง เชง ,นายเอ็ดดี โฮ ปิง ชาง (อังกฤษ),นายเอ็นรี่ ลี ฮิน โมล์ (อังกฤษ), นายโรเบิร์ต แวน-จิน เนียน (จีน), นายเดวิด ลุย ยัว เกย์ (ออสเตรเลีย) และนายอนุศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้แนะนำให้นายกอร์ดอน วู ยิง เชง เข้ามาลงทุนประมูลสร้างทางรถไฟยกระดับดังกล่าว และผลักดันจนเกิดการลงนามสัญญาสัมปทานระหว่างรัฐกับเอกชน

หลังจากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญของการยื่น บอจ.5 ของการประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2548 ในรายชื่อผู้ถือหุ้นที่รับรองไม่มีชื่อบริษัทโฮปเวลล์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด และนายกอร์ดอน วู ยิง เชง ซึ่งการประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวระบุมีจำนวนหุ้น 1,500 ล้านหุ้น และเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหม่ทั้งหมด คือ บริษัทยูไนเต็ด ซัคเซส ลิมิเต็ด ถือหุ้น 1,499,999,994 หุ้น ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศมอริเชียส ส่วนที่เหลือเป็นรายย่อย 6 คน ๆ ละ 1 หุ้น สัญชาติไทยทั้งหมด คือ นายไชยยันต์ ชาติกุล ,นางสาววิชชุดา ศรีรัตนประภาศ ,นางสาวสุนันทา นิศกุลรัตน์ ,นางนิตยา เกียรติเสรีกุล ,นายสุนันท์ พิพัฒน์สมบัติ และนางศรีรัชฎ์ ปัญจพรรค์ และต่อมาปี 2549 มีการซื้อขายหุ้นจำนวน 50 ล้านหุ้น ถึง 3 ครั้ง

ขณะที่มีการประชุมผู้ถือหุ้นพื่อรับรองรายชื่อผู้ถือหุ้น 16 ครั้ง และแจ้งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2561 ยังคงมีบริษัทยูไนเต็ด ซัคเซส ลิมิเต็ด เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 1,499,999,994 หุ้น รองลงมาเป็นบริษัทเอฟเอสเอ็น คอลซัลติ้ง (สัญชาติมาเลเซีย) ถือหุ้น 50 ล้านหุ้น และแจ้งทำธุรกิจค้าขาย ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยชาวไทย 5 คน

นอกจากนี้ ในการแจ้งงบดุลของบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าปี 2560 ได้เริ่มระบุต้นทุนการได้มาซึ่งสัมปทาน โดย ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2560 ระบุต้นทุนการได้มาซึ่งสัมปทาน 19,862 ล้านบาท และข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2561 ระบุต้นทุนการได้มาซึ่งสัมปทานโครงการทางด่วนยกระดับและระบบการขนส่งทางรถไฟและทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ไว้ที่ 19,870 ล้านบาท ซึ่งรวมรายการอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสัมปทานแล้ว

ซึ่งทั้งหมดเป็นประเด็นที่อัยการเห็นว่าสามารถหยิบยกมาต่อสู้คดีได้ และหากสำเร็จจะทำให้ รฟท.ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยค่าโง่ตามคำสั่งศาลฯ หลังศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้รัฐ โดย รฟท.จ่ายค่าโง่ 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ภายใน 180 วัน แก่โฮปเวลล์ เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2562 ที่ผ่านมา โดยล่าสุดเมื่ออัยการมีความเห็นที่จะรื้อฟื้นคดีกลับมาต่อสู้นั้น คณะกรรมการฯ ที่มีการจัดตั้งเพื่อทำการเจรจาและจ่ายเงินตามคำสั่งศาลกับโฮปเวลล์ก็ได้ระงับการเจรจาไปแล้ว

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ