สรรพากรหวังใช้ AI เพื่อวิเคราะห์การจัดเก็บภาษี

กองบรรณาธิการ TCIJ 13 มิ.ย. 2561 | อ่านแล้ว 363 ครั้ง

สรรพากรหวังใช้ AI เพื่อวิเคราะห์การจัดเก็บภาษี

สรรพากรใหม่มุ่งปฏิรูปสู่ยุคสรรพากรดิจิทัล หวังใช้ AI เพื่อวิเคราะห์การจัดเก็บภาษีจากการเชื่อมโยงข้อมูล Big Data จากหน่วยงาน เช่น พฤติกรรมการจ่ายค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า และข้อมูลอื่นมาประเมินรายได้ รายจ่ายกิจการได้ชัดเจนขึ้น รับเป้าหมายรายได้ 2 ล้านล้านบาทในปี 2562 ที่มาภาพประกอบ: ameblo.jp

สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2561 รายงานว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยระหว่างการเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ และได้มอบนโยบายให้กับสรรพากรทั่วประเทศว่าได้กำหนดนโยบายการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรต้องมุ่งไปสู่สรรพากรดิจิทัลสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้ประเมินการจัดเก็บภาษีเป็นหลักทุ่มงบพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการจัดเก็บภาษีของไทยให้ดีขึ้นโดยปี 2563 หวังใช้เทคโนโลยีปัญหาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์การจัดเก็บภาษี จากการเชื่อมโยงข้อมูล Big Data จากหน่วยงาน เช่น พฤติกรรมการจ่ายค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า และข้อมูลอื่นมาประเมินรายได้ รายจ่ายกิจการได้ชัดเจนขึ้น

รวมทั้งการสร้างพันธมิตรสำนักงานบัญชี เปลี่ยนมาเป็นส่งเสริมให้เอกชน เอสเอ็มอีเสียภาษี แทนการหลีกเลี่ยงภาษี เข้มงวดเอาจริงเขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่หลบเลี่ยงภาษี เพื่อแยกคนดีเสียภาษีให้ถูกต้อง และคนเลวหลีกเลี่ยงภาษีต้องลงโทษตามกฎหมาย ตั้งเป้าหมายพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้ชัดเจนภายใน 1 ปี หวังเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ และขยายฐานภาษีมากขึ้น เพราะคนวัยทำงาน 30 ล้านคน แต่ยื่นแบบเสียภาษีเพียง 10 ล้านคน เพื่อดึงผู้มีรายได้เข้าสู่ระบบฐานภาษีเพิ่มขึ้น ตลอดจนการเดินหน้าสร้างความเป็นธรรมเสียภาษีให้กับผู้ประกอบการในประเทศและต่างประเทศ เช่น เว็บไซต์ระดับโลก รองรับการเติบโตของการค้าขายผ่าน E-Commece ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย เพื่อสรุปแนวทางให้ชัดเจนและผลักดันกฎหมายบังคับใช้ภายในปีนี้

ด้านการจัดเก็บภาษีรายได้ มั่นใจจัดเก็บภาษีได้ตามเป้าหมาย 1.86 ล้านล้านบาทในปี 2561 เพราะกลุ่มอุตสาหกรรมหลายด้านยังไปได้ ทั้งท่องเที่ยว ยานยนต์และกลุ่มต่าง ๆ และพร้อมรับเป้าจัดเก็บรายได้ 2 ล้านล้านบาท ในปี 2562 เป็นยอดเป้าหมายที่ค่อนข้างสูง เมื่อปรับระบบการจัดเก็บให้มีประสิทธิภาพ จากการนำเทคโนโลยีมาใช้ คาดว่าจะจัดเก็บได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ สำหรับกระแสข่าวขยับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม ยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 ในเดือนตุลาคมปีนี้อย่างแน่นอน เพราะเศรษฐกิจเพิ่งเริ่มฟื้นตัวและเศรษฐกิจไม่ได้เติบโตพุ่งร้อนแรงจนต้องปรับขึ้นอัตราภาษี เพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในเร็ว ๆ นี้

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ