ข่าวเจาะ : ชาติพันธุ์


'ศาลปกครอง'นัดไต่สวน26ต.ค. อช.แก่งกระจานเผาบ้านกะเหรี่ยง

TCIJ 14 ตุลาคม 2555



จากกรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เข้ารื้อทำลาย เผาบ้านเรือนและทรัพย์สิน ของนายโคอิ มีมิ อายุ 101 ปี และชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบริเวณ ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี กว่า 20 ครอบครัว ได้รับความเสียหายแก่สิทธิเสรีภาพ ทรัพย์สิน โดยมีบ้านพักอาศัย และยุ้งฉาง ถูกไฟไหม้ประมาณ 100 หลัง เมื่อวันที่ 5-9 พฤษภาคม 2554 ตามโครงการขยายผลการอพยพ ผลักดัน/จับกุม ชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตามแนวชายแดนไทยพม่า

 

นำมาสู่การฟ้องศาลปกครองในวันที่ 4 พฤษภาคม 2555 เพื่อเรียกค่าเสียหายกรณีได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และขอสิทธิกลับไปอยู่อาศัยและทำกิน ในพื้นที่บรรพบุรุษป่าแก่งกระจาน โดยนายโคอิ หรือคออี้  มีมิ กับพวกรวม 6 คน ในฐานะผู้ฟ้องคดี ได้นำคดีมาสู่ศาลปกครองกลาง เพื่อยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ ในฐานะหน่วยงานซึ่งกำกับดูแลอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

 

 

ล่าสุดผู้อำนวยการสำนักงานศาลปกครองกลาง มีหนังสือถึงนายโคอิ มีมิ และทนายความจากสภาทนายความ ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 ว่า ศาลปกครองกลางมีคำสั่งรับคำฟ้อง ที่ยื่นคำฟ้องด้วยตนเองลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2555 เป็นคดีหมายเลขดำที่ ส.58/2555 และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

 

ส่วนกรณีที่นายน่อแอะ มีมิ ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงลูกชายนายนายโคอิ มีมิ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติการดังกล่าวเช่นกัน ได้ยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 2,622,500 บาท โดยศาลได้รับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว ทั้งมีคำสั่งยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล หลังจากไต่สวนแล้วพบว่า โจทก์มีฐานะยากจน ไม่สามารถนำเงินมาวางเป็นค่าธรรมเนียมศาลได้ และมีกำหนดนัดไกล่เกลี่ยในวันที่ 26 ตุลาคม 2555 เวลา 09.00 น.

 

ด้านการช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านแก่งกระจาน ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ นำมูลนิธิปิดทองหลังพระและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือจัดสรรน้ำและแหล่งน้ำในการทำกินให้แก่ชาวบ้านโป่งลึกบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ให้ชาวบ้านสามารถใช้วิถีชีวิตพึ่งพาตนเองอย่างเพียงพอและยั่งยืน

 

ทั้งนี้ เอกสารคำฟ้องคดีดังกล่าวระบุข้อมูลว่า นายชัยวัฒน์  ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  ออกคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 คน ละทิ้ง/ ออกจากบ้านเรือนที่อาศัยอยู่มาตั้งแต่เกิด ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย-บรรพบุรุษ ซึ่งเป็นการออกคำสั่งโดยมีความผิดพลาดในข้อเท็จจริง (l’erreur de fait) นายชัยวัฒน์ ไม่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สถานะบุคคลตามกฎหมายสัญชาติและกฎหมายทะเบียนราษฎรของผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 คน รวมถึงไม่ตรวจสอบพื้นที่ทับซ้อนกับที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนดั้งเดิมเสียก่อน โดยกล่าวหาว่าผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 คน เป็น “ชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-พม่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน” ทั้งยังรื้อ เผา ทำลายทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 คน ถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติการทางปกครอง การกระทำทางปกครองที่ขัดต่อ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และขัดต่อหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504

 

ทั้งยังเป็นการใช้ดุลพินิจของฝ่ายปกครอง ที่ขัดต่อหลักกฎหมายปกครอง เพราะตามข้อเท็จจริงเห็นได้ชัดว่ามีมาตรการที่เหมาะสมอยู่หลายมาตรการ แต่มาตรการที่นายชัยวัฒน์ในฐานะฝ่ายปกครอง เลือกที่จะเผาทำลายบ้านและทรัพย์สินของชาวบ้าน มิใช่มาตรการที่มีความรุนแรงน้อยที่สุดแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีมาตรการอื่น ๆ ภายใต้มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 เรื่องแนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ซึ่งเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักกฎหมายปกครองมากกว่า คือ การยุติการจับกุม และให้ความคุ้มครองกับชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่เป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่อยู่ในพื้นที่ข้อพิพาทเรื่องที่ทำกินในพื้นที่ดั้งเดิม, การเพิกถอนพื้นที่ที่รับประกาศเป็นพื้นที่ป่าไม้อนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งทับซ้อนกับที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่ได้อยู่อาศัยดำเนินชีวิตและใช้ประโยชน์ที่ดังกล่าวมาเป็นเวลานานหรือก่อนที่รัฐจะประกาศกฎหมายหรือนโยบายทับซ้อนพื้นที่ดังกล่าว

 

การกระทำของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 คน และชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ทำให้ต้องสูญเสียที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน พื้นที่ทำกิน และสูญเสียอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ และศักยภาพในการสืบทอดวัฒนธรรม การดำเนินชีวิตตามวัฒนธรรมซึ่งเป็นวิถีที่เอื้อต่อการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและวิถีชีวิตพอเพียงตามรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ศาลมีคำสั่งผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 2 หน่วยงาน ชดใช้ค่าเสียหาย และขอสิทธิในการกลับไปอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่เดิมซึ่งเป็นพื้นที่บรรพบุรุษ โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 3 สิงหาคม 2553 เรื่องแนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง

 

 


ป้ายคำ :    กะเหรี่ยงแก่งกระจาน  ,   ศาลปกครอง  ,   กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  ,   อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  ,   นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร  
 

 
,,,,


- ศาลสั่ง2ผัวเมียจ่าย4ล้าน ชดเชยทรมานโหดดญ.12 [ 06/08/2557 ]
- นายกฯสั่งแก้‘ปัญหาชาวเล’แต่ไร้ทิศทาง ‘พงศ์เทพ’ไม่เคยนัดประชุมแม้แต่หนเดียว [ 24/10/2556 ]
- แอมเนสตี้วอนรัฐบาลไทย คุ้มครองชาวโรฮิงญาลี้ภัย [ 18/07/2556 ]
- ผู้เฒ่า'ไร้สัญชาติ'ขอเป็นคนไทย เผยทำให้เสียสิทธิพื้นฐานมนุษย์ เชียงรายที่เดียวพบเกือบ5หมื่นคน [ 24/05/2556 ]
- องค์กรตปท.เร่งฟื้นสภาพ ไฟไหม้ศูนย์อพยพแม่สุริน [ 28/03/2556 ]

 

 

10ปีสึนามิ-ทำไม382ศพไม่ได้กลับบ้าน? [ 15/10/2557 ]
ท้าพิสูจน์EIAรฟฟ.กระบี่ ถ้าไม่จริงกฟผ.ต้องยกเลิก [ 01/10/2557 ]
ทำไมเตียงนอนในโรงแรม ให้ความรู้สึก 'หลับสบาย' [ 01/10/2557 ]
บทวิเคราะห์: วิพากษ์ภาษีทรัพย์สิน แน่ใจหรือว่าลดเหลื่อมล้ำ? [ 13/10/2557 ]
แฉชายฉกรรจ์พกอาวุธบุก ขู่ชาวบ้านต้านรฟฟ.เทพา [ 16/10/2557 ]

ศูนย์ข้อมูล&ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง
1371 ถนนพหลโยธิน สามเสนใน พญาไท
กรุงเทพฯ 10400 โทร. 02-2787904
อีเมล info@tcijthai.com